สถิติโรงพยาบาลชื่อดังเผย มีคนไทย 80% เป็นออฟฟิศซินโดรม

aecdisaster/ March 23, 2020/ ภัยใกล้ตัว

สถิติโรงพยาบาลชื่อดังเผย มีคนไทย 80% เป็นออฟฟิศซินโดรม โรงพยาบาลสมิติเวชได้เผยแพร่ข้อมูลเชิงสถิติ ระบุว่า ออฟฟิศซินโดรม สามารถพบได้ในคนไทยมากกว่า 80% โดยจากกลุ่มตัวอย่างเคยมีอาการของโรคนี้ จะมีอาการเกิดขึ้นได้จากการทำงานลักษณะใดก็ตาม ที่ต้องอยู่ในท่าเดิม ๆ เป็นเวลานาน หรือมีพฤติกรรมใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือบ่อยครั้ง ออฟฟิศซินโดรม มีสาเหตุหลักมาจากกล้ามเนื้อที่ผิดปกติ ผลการศึกษาพบว่า ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) คือโรคที่เกิดจากกล้ามเนื้ออักเสบ หรือมีความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อในส่วนกระดูกสันหลัง ซึ่งเป็นโรคที่เกิดได้บ่อยกับพนักงานออฟฟิศที่ต้องทำงานท่าเดิม ๆ อยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือนั่งทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งในท่าซ้ำ ๆ เป็นเวลานานก็เกิดโรคนี้ได้เช่นกัน ถึงแม้อาการของออฟฟิศซินโดรมไม่ได้รุนแรงเท่าไหร่นัก แต่ถ้าปล่อยไว้ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม มันก็อาจรุนแรงขึ้น จนกระทั่งกลายเป็นอาการปวดเรื้อรังได้หรือเกิดอันตรายอื่น ๆ ตามมาได้ โดยเฉพาะผลกระทบต่อกล้ามเนื้อ กระดูกสันหลัง ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบทางเดินอาหาร การไหลเวียนของเลือด และความสามารถในการมองเห็นลดลง ซึ่งบางคนก็อาจมีการแสดงออกทางอารมณ์ อย่างโรคซึมเศร้าและความเหนื่อยล้าทางจิตใจได้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งหมดที่ระบุไป มันก็จะนำมาสู่ประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยป้องกันออฟฟิศซินโดรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีดังนี้ 1.เปลี่ยนท่านั่ง ยืดกล้ามเนื้อ ปรับอิริยาบถ – พนักงานออฟฟิศที่ต้องใช้เวลานั่งทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน เวลานั่งนาน ๆ ก็ให้ลองลุกออกจากหน้าจอสักพัก เพื่อยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

Read More

นักวิทย์ฯโปแลนด์ พบของเหลวในใส้เดือน ช่วยรักษามะเร็งปอดได้

aecdisaster/ March 20, 2020/ ภัยใกล้ตัว

นักวิทย์ฯโปแลนด์ พบของเหลวในใส้เดือน ช่วยรักษามะเร็งปอดได้             หนทางในการรักษามะเร็งของมวลมนุษย์ยังคงดำเนินต่อไป ไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่าย ๆ แต่ก็ยังดีที่อย่างน้อยก็ยังพอมีเรื่องดี ๆ ให้เห็นบ้าง เพราะล่าสุดทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Lublin ในประเทศโปแลนด์ ได้ค้นพบว่าของเหลวที่นำมาจาก “ไส้เดือน” สามารถช่วยต่อสู่กับมะเร็งปอดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจนำมาใช้กับกระบวนการรักษาอย่างเต็มรูปแบบต่อไปในอนาคต ของเหลวที่สามารถรักษามะเร็งปอดได้นั้น มาจากใส้เดือนที่ถูกเลี้ยงด้วยอาหารอย่างดี การค้นพบของเหลวที่ช่วยรักษามะเร็งปอดดังกล่าวนั้น นักวิทยาศาสตร์เผยว่า ได้ทำการทดลองโดยส่งกระแสไฟฟ้าราว 4.5 โวล์ท ที่มีความใกล้เคียงกับกระแสไฟฟ้าที่ได้จากแบตเตอรี่ ขนาด 2A จำนวนทั้งหมด 3 ก้อนเข้าไปเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งในตัวไส้เดือน หลังจากนั้น นำของเหลวที่ได้ไปอุ่นในความร้อนที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส หรือ 158 องศาฟาเรนไฮต์ แล้วค่อยนำไปใช้กับเซลล์มะเร็งปอด จนค้นพบว่าเซลล์มะเร็งจำนวนกว่า 80% ได้ถูกทำลายลงไปอย่างหมดจด โดยที่เซลล์ปกติใกล้เคียงไม่ถูกทำลายลงไปด้วย ตามธรรมชาตินั้น ใส้เดือนมีความสามารถย่อยจุลินทรีย์ต่าง ๆ ได้ ซึ่งของเหลวที่ช่วยรักษามะเร็งได้นั้น ก็นำมาจากใส้เดือนทดลองที่ถูกเลี้ยงด้วยแต่อาหารดี ๆ อย่าง ผักต้ม และใบชาเขียว ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เผยว่า อาหารดี ๆ ที่ใส้เดือนได้กินเข้าไปนั้น ส่งผลดีต่อการวิจัยในครั้งนี้ด้วย และทีมวิจัยยังมีแผนที่จะทำการทดลองกับสัตว์อีกครั้ง เพื่อให้เกิดความแน่ใจอีกด้วยว่า มันจะให้ผลลัพธ์ที่ดีเหมือนกัน

Read More

พบผู้ป่วยรักษาเบาหวาน มีกระเพาะปัสสาวะบ่มเหล้าได้เองรายแรกในโลก

aecdisaster/ March 18, 2020/ ภัยใกล้ตัว

พบผู้ป่วยรักษาเบาหวาน มีกระเพาะปัสสาวะบ่มเหล้าได้เองรายแรกในโลก             รายงานการค้นผู้ป่วยรักษาเบาหวานและตับแข็ง ที่ปัสสาวะออกมาเป็นแอลกอฮอร์ปริมาณสูง ถูกเปิดเผยโดยทีมแพทย์และนักวิจัยจากศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์กของสหรัฐฯ โดยผู้ป่วยเหล่านี้ ไม่เคยดื่มสุราแต่อย่างใด นับว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดที่ถูกค้นพบและบันทึกไว้เป็นครั้งแรกของโลก ทีมผู้วิจัยทั้งหมด จึงได้ลงความเห็นว่าจะตั้งชื่อให้อาการประหลาดแบบนี้ว่า “กลุ่มอาการกระเพาะปัสสาวะ สามารถบ่มสุราได้เอง” (Urinary auto-brewery syndrome) ซึ่งมีอาการคล้ายคลึงกับอาการที่ร่าวกายบ่มสุราได้เอง (ABS) ที่แพทย์ค้นพบไปก่อนหน้านี้ในหมู่คนที่ติดเชื้อยีสต์ในลำไส้ รายงานการค้นพบผู้ป่วยรักษาเบาหวานและตับแข็ง ที่กระเพาะปัสสาวะผลิตสุราขึ้นได้เอง ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร Annals of Internal Medicine โดยมีเนื้อหาระบุว่าผู้ป่วยหญิงวัย 61 ปี รายหนึ่ง ในเมืองพิตต์สเบิร์กของรัฐเพนซิลเวเนียที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานและตับแข็ง ซึ่งถูกถอดออกจากบัญชีรายชื่อผู้ป่วยรอรับการบริจาคตับ เพื่อผ่าตัดเปลี่ยนถ่าย และถูกส่งย้ายตัวไปบำบัดพฤติกรรมติดสุราแทน หลังจากแพทย์ทำการตรวจพบว่าปัสสาวะของหญิงรายนี้มีแอลกอฮอล์ในปริมาณสูงเจือปนทุกครั้ง ผู้ป่วยรักษาเบาหวานและตับแข็งที่ผลิตสุราได้เอง ไม่มีอาการมึนเมาแบบคนทั่วไป ทั้งนี้ ผู้ป่วยหญิงรักษาเบาหวานและตับแข็งที่กระเพาะปัสสาวะผลิตสุราขึ้นนั้น ยังคงยืนยันหนักแน่นว่าไม่ได้ดื่มสุรา ประกอบกับผลวิเคราะห์เลือดที่ตรวจไม่พบแอลกอฮอร์เจือปนอยู่ และยังไม่มีอาการมึนเมาสุราแบบที่คนทั่ว ๆ ไปเป็นกัน จึงทำให้ทีมแพทย์ ตั้งขอสงสัยว่า ผู้ป่วยหญิงรักษาเบาหวานและตับแข็งรายนี้ อาจเกิดอาการติดเชื้อยีสต์ในกระเพาะปัสสาวะของเธอเอง จนทำให้เกิดกระบวรการบ่มสุราขึ้นมาเองได้ เสมือนกับคนไข้ในกลุ่มอาการ ABS ที่ร่างกายมีความสามารถผลิตแอลกอฮอล์ขึ้นเองได้ภายในลำไส้ ตัวอย่างแอลกอฮอร์ในผู้ป่วยรักษาเบาหวานและตับแข็งรายนี้ มีปริมาณสูงมาก จากความสงสัยดังกล่าว จึงได้มีการทดลองขึ้น เพื่อพิสูจน์สมมติฐานนี้ในห้องปฏิบัติการ โดยทำการแยกตัวอย่างปัสสาวะที่มีเชื้อยีสต์ปะปนอยู่มาก ออกมาจากตัวอย่างที่มีเชื้อยีสต์ปะปนอยู่น้อย จากนั้นเอามาตั้งทิ้งค้างคืนในหลอดทดลอง

Read More

หมอผ่าตัดกระดูกสันหลังใช้เทคนิคใหม่ ช่วยผู้ป่วยอัมพาตขยับได้อีกครั้ง

aecdisaster/ March 13, 2020/ ภัยใกล้ตัว

หมอผ่าตัดกระดูกสันหลังใช้เทคนิคใหม่ ช่วยผู้ป่วยอัมพาตขยับได้อีกครั้ง             หมอผ่าตัดกระดูกสันหลัง จากประเทศออสเตรเลียประสบความสำเร็จด้วยการนำเทคนิคใหม่มาใช้ในการผ่าตัดย้ายเส้นประสาท (nerve transfer) ที่ช่วยให้ผู้ป่วยอัมพาตสามารถกลับมาขยับแขนขา จนทำกิจวัตรประจำวันได้อีกครั้ง โดยทีมแพทย์จากนครเมลเบิร์น ของออสเตรเลีย ได้มีการนำเทคนิคผ่าตัดใหม่นี้มาใช้กับคนวัยผู้ใหญ่ตอนต้นจำนวน 13 คน ที่ได้รับบาดเจ็บที่ไขสันหลัง จนทำให้ไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวแขนขนได้ตามปกติ คนไข้ต้องทำกายภาพบำบัดอีก 2 ปี  หลังจากให้หมอผ่าตัดกระดูกสันหลังรักษาด้วยเทคนิคใหม่ ผลสำเร็จของหมอผ่าตัดกระดูกสันหลัง ด้วยการนำเทคนิคใหม่มาใช้ ถูกตีพิมพ์สงในวารสารการแพทย์ The Lancer โดยมีเนื้อหาระบุว่า ทีมแพทย์ได้ทำการผ่าตัดแยกเส้นประสาทที่ทำงานตามปกติ จากกล้ามเนื้อหัวไหล่ หรือขนท่อนบน จากนั้นนำส่วนปลายประสาท (nerve ending) ที่ได้มาเชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อแขนท่อนล่าง เพื่อฟื้นฟูการขยับข้อมือ การใช้มือหยิบจับ และการงอข้อศอก โดยหลังจากที่คนไข้รักษาด้วยการผ่าตัดเทคนิคใหม่นี้ ต้องทำกายภาพบำบัดอย่างเข้มข้นเป็นระยะเวลา 2 ปี หลังจากนั้น คนไข้ก็จะกลับมาทำกิจวัตรประวันได้เหมือนเดิม เช่น เขียนหนังสือ แต่งหน้า หยิบเงิน ไปจนถึงการทำกิจกรรมที่ต้องใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขาเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี หมอผ่าตัดกระดูกสันหลังหญิง นาตาชา แวน ซิล จากโรงพยาบาลออสตินเฮลธ์ (Austin Health Hospital) ในนครเมลเบิร์น หัวหน้านำทีมวิจัยนี้กล่าวว่า “ตัวฉันมีคนไข้อยู่หนึ่งรายที่เข้ารักษาด้วยการผ่าตัดเทคนิคนี้ ซึ่งไม่ใช่แค่ช่วยเปลี่ยนชีวิต

Read More

หนุ่มอินเดียกินฉี่วัวรักษาเบาหวานนาน 10 ปี เผยเป็นเครื่องดื่มจากฟ้า

aecdisaster/ March 5, 2020/ ภัยใกล้ตัว

หนุ่มอินเดียกินฉี่วัวรักษาเบาหวานนาน 10 ปี เผยเป็นเครื่องดื่มจากฟ้า             รายงานจากสำนักข่าวเดลี่เมล์ ของอังกฤษ ระบุว่า หนุ่มอินเดียวรายนี้ตัดสินใจรักษาเบาหวาน ด้วยวิธีที่ไม่เหมือนใครและคงไม่มีใครอยากทำตาม ด้วยการดื่มฉี่วัวเพศเมียเป็นประจำ นานกว่า 10ปี โดยในทุกเช้าเขาจะต้องตื่นออกมาให้ทันก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นสู่ท่องฟ้า สำหรับชาวฮินดูในอินเดียที่นิยมดื่มฉี่วัวกันเป็นกิจวัตรนั้น อาจไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะสืบเนื่องมาจากความเชื่อของชาวฮินดูที่มองว่าวัวเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของพระผู้เป็นเจ้า เป็นสิ่งที่ต้องได้รับการเคารพบูชา ทั้งร่างกาย ไปจนถึงส่วนต่าง ๆ ซึ่งก็รวมไปถึงฉี่วัวด้วยเช่นกัน โดยความเชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของวัวนี้ มันก็ได้สะท้อนออกมาในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาพยนตร์อินเดีย เป็นต้น หนุ่มอินเดียที่ดื่มฉี่วัวรักษาเบาหวานนานกว่า 10 ปี เผย ช่วยรักษาได้สารพัดโรค ทางด้านหนุ่มอินเดียวที่ดื่มฉี่วัวรักษาเบาหวานมานานกว่าทศวรรษการันตีว่า ฉี่วัวช่วยรักษาได้สารพัดโรคในร่างกาย เช่น เนื้องอก มะเร็ง เบาหวาน วัณโรค กระเพาะอาหาร เป็นต้น นอกจากนี้ การดื่มฉี่วัวเป็นประจำยังช่วยดับกระหายในยามอากาศร้อน ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายได้อีกด้วย และนอกเหนือนจากการดื่มกิน ก็ยังนำมาใช้ล้างหน้า ล้างตัว ช่วยให้ผิวพรรณผ่องใสไร้สิวได้เช่นกัน ส่วนการคัดเลือกฉี่มาดื่มเพื่อรักษาเบาหวานและโรคอื่น ๆ หรือนำมาใช้ประโยชน์ต่าง ๆ นั้น ต้องผ่านการคัดเลือกฉี่ก่อน ที่ต้องนำมาจากวัวสาวบริสุทธิ์ ที่ไม่เคยผ่านการสืบพันธ์มาก่อนเท่านั้น และยังต้องตื่นแต่เช้าตรู่มาเก็บฉี่วัวก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวจะทำให้ฉี่วัวทรงคุณค่ามากที่สุด ซึ่งนักบวชฮินดูคนหนึ่งถึงกับกล่าวว่า

Read More

ทานสารหาอาหารบำรุงดวงตาเป็นประจำ ป้องกันวุ้นตาเสื่อมได้

aecdisaster/ February 28, 2020/ ภัยใกล้ตัว

ทานสารหาอาหารบำรุงดวงตาเป็นประจำ ป้องกันวุ้นตาเสื่อมได้             ความชราและสูญสิ้นชีวิตอันเป็นที่รัก คือสัจธรรมที่เป็นจริงแน่แท้ ใครก็ไม่อาจหลีกหนีได้ ความดีที่ทำมาคอยย้ำเตือนที่ให้ทุกคนมีแต่ภาพดี ๆ ก่อนจากโลกนี้ไป เมื่อแก่ชราลง ทุกสิ่งในร่างกายที่เป็นของเรามันก็จะเริ่มเสื่อมสภาพลงเรื่อย ๆ  เนื่องจากอนุมูลอิสระเข้ามาทำลายเซลล์ต่าง ๆ ให้เสื่อมลงมากขึ้น โดยเฉพาะดวงตาที่ทำให้มองเห็นภาพงดงามของโลกใบนี้เริ่มมัวหมองลงจากวุ้นตาเสื่อม แต่ก่อนที่เคยมองเห็นแสงสีและภาพได้อย่างชัดเจน นับวันก็จะยิ่งย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ ยามแก่ชรา ดังนั้น เมื่อไม่อาจหลีกหนีได้ อย่างน้อยก็ยังยืดอายุและปกป้องไว้เป็นการดีที่สุด ด้วยการเลือกทานสารหารอาจที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงดวงตา วิตามินเอ สารอาหารป้องกันวุ้นตาเสื่อมชั้นยอด เป็นสารอาหารที่ช่วยป้องกันการเกิดวุ้นตาเสื่อม เพราะมันช่วยถนอมการทำงานของดวงตาโดยตรง เมื่อไหร่ก็ตามที่ร่างกายขาดวิตามินเอ ก็จะทำให้การมองเห็นเป็นไปด้วยความยากลำบาก ยิ่งมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ท่ามกลางความมืดสลัวที่ว่ายากแล้ว ก็อาจกลายเป็นมองไม่เห็นอีกต่อไป รวมถึงการแยกแยะสีบางชนิดยังผิดปกติอีกด้วย  นอกจากนี้ ยังทำให้ตาขาวแห้ง กระจกตาเป็นแผล ซึ่งจะเลวร้ายยิ่งขึ้นถ้าขาดวิตามินเออย่างรุนแรง ผลที่ตามมาก็คือตาแห้งผาก ร่วมกับการอักเสบเข้าขั้นหนัก จนทำให้ถึงขึ้นตาบอดสนิทได้เลยทีเดียว สำหรับสารอาหารที่ให้วิตามินเอป้องกันวุ้นตาเสื่อมนั้น ก็ได้แก่ ตับสัตว์ ไข่แดง เครื่องในสัตว์ ผักสีเขียวและเหลืองส้ม เพราะผักเหล่านี้สามารถเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนให้กลายเป็นวิตามินเอช่วยบำรุงสายตาได้ เช่น ฟักทอง แครอท บล็อกโคลี ตำลึงและผักโขม เป็นต้น นอกจากนี้ ก็ยังมีสารอาหารอื่น ๆ ที่ช่วยป้องกันวุ้นตาเสื่อมได้ดี ไม่แพ้วิตามินเอ

Read More

ผู้ป่วยหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษามั่ว ๆ พิการแน่นอน

aecdisaster/ February 25, 2020/ ภัยใกล้ตัว

ผู้ป่วยหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษามั่ว ๆ พิการแน่นอน             กระทรวงสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เผยว่า สัญญาณเตือนของโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท จะสังเกตุได้หากมีอาการปวดหลังติดต่อกันมากกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป ซึ่งต้องรีบเข้าพบแพทย์อย่างเร่งด่วน เพราะหากรักษาผิดวิธีอาจทำให้พิการได้ ผู้ป่วยหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษามั่ว  ๆ จะทำให้พิการได้ เพราะโรคนี้ต้องใช้ความเชี่ยวชาญในการรักษา เนื่องจากการเกิดโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทนั้น มาจากภาวะควาเสื่อมของโครงสร้างกระดูกสันหลัง ที่มีหลายปัจจัยด้วยกัน ทั้งอายุที่เพิ่มมากขึ้น การยกของหนัก รวมถึงการเกิดอุบัติเหตุ ที่เป็นตัวเร่งให้กระดูกสันหลังเสื่อมสภาพเร็วขึ้นได้ สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้แล้ว ก็จะเริ่มมีอาการปวดหลังเป็น ๆ หาย ๆ ติดต่อกันนานมากกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป นอกจากนี้ยังมีอาการปวดขาตั่งแต่สะโพกร้าวไปที่น่อง เท้า และจะเริ่มปวดมากขึ้นเวลาเดิน ทำให้ต้องหยุดเดินเป็นช่วง ๆ ส่วนอาการปวดหลังร้าวลงไปยังขาข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง หากปล่อยทิ้งไว่นานก็จะทำให้เส้นประสาททำงานได้น้อยลง จนกล้ามเนื้อขาอ่อนแรง ไม่อาจเดินและควบคุมการขับถ่ายได้อย่างเป็นปกติ หรือถึงขั้นเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาได้ไม่พิการ แต่ต้องไปพบแพทย์เฉพาะทาง สำหรับผู้ป่วยหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาได้ไม่ต้องกังวลว่าจะพิการ แต่ก็ต้องไปเข้าพบแพทย์เฉพาะทาง ห้ามทำการรักษาด้วยวิธีมั่ว ๆ ที่ปราศจากผลวิจัยทางการแพทย์ยืนยันอย่างเด็ดขาด เพราะจะส่งผลให้เกิดภาวะเรื้อรังตามมาด้วย โดยแพทย์จะให้ผู้ป่วยหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาด้วยวิธีต่าง ๆ ที่มีความเหมาะสมและถูกต้อง เช่น การให้ยารับประทาน

Read More

รพ.พรหมพิราม พบวิธีรักษากระดูกสันหลังทับเส้น ด้วยการเผายา

aecdisaster/ February 19, 2020/ ภัยใกล้ตัว

รพ.พรหมพิราม พบวิธีรักษากระดูกสันหลังทับเส้น ด้วยการเผายา             โรงพยาบาลแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกพรหมพิราม หรือโรงพยาบาลพรหมพิราม ได้ทำการปรับปรุงตัวยาที่ใช้รักษาโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคปวดที่เกิดกับร่างกาย เช่น กระดูกสันหลังทับเส้น โดยหลังจากที่ได้ทดลองกับผู้ป่วยที่มีอาการหนัก ก็สามารถกลับมาหายเป็นปลิดทิ้งได้ จึงนับว่าเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในจังหวัดพิษณุโลก ที่ช่วยเพิ่มทางเลือกการรักษากระดูกสันหลังทับเส้น ที่ถอดแบบมาจากภูมิปัญญาไทย ด้วยการใช้สมุนไพรของไทยที่มีอยู่มากมายหลากหลายชนิดมาประยุกต์ใช้ในการรักษาให้กับผู้ป่วย การเผายารักษากระดูกสันหลังทับเส้น สามารถตอบโจทย์กลุ่มผู้ป่วยเรื้อรังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทางด้านหัวหน้ากลุ่มงานแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ประจำโรงพยาบาลพรหมพิราม กล่าวว่า ทางโรงพยาบาล ได้รักษาโรคตามแผนโบราณ ที่เน้นการนำสมุนไพรไทยมาใช้ในรักษาโรค โดยที่นี่จะมีความโดดเด่นอย่างยิ่งในเรื่อง “การเผายาบำบัดรักษาอาการปวด” ซึ่งการเผายารักษากระดูกสันหลังทับเส้น คือสูตรการรักษาแบบโบราณและถูกจัดให้เป็นศาสตร์ของการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก เพื่อช่วยในการบำบัดรักษาอาการปวดที่กำลังเป็นที่นิยมของผู้ป่วย ที่จต้องการหลีกเลี่ยงการใช้ยาแผนปัจจุบันอยู่ ณ ขณะนี้ การเผายารักษากระดูกสันหลังทับเส้นและการส่งเสริมสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย จัดเป็นการรักษาผู้ป่วยแบบผสมผสาน สามารถตอบโจทย์ให้กลุ่มคนที่มีอาการออฟฟิศซินโดรม อันเนื่องมาจากพฤติกรรมในการทำงาน หรือผู้สูงอายุที่เผชิญกับอาการปวดกระดูกและกล้ามเนื้อแบบเรื้อรัง ที่เน้นในเรื่องความปลอดภัย ทั้งยังช่วยลดการใช้ยาแผนปัจจุบันลงได้อีกด้วย การรักษากระดูกสันหลังทับเส้นด้วยวิธีเผายา ได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดี สำหรับการเผาเพื่อการรักษากระดูกสันหลังทับเส้นนั้น คือภูมิปัญญาพื้นบ้านที่มีมาตั่งแต่โบราณนานมา ด้วยการใช้ความร้อนของไฟผ่านเครื่องยาสมุนไพรสดเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วยเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย นอกจากนี้แล้ว หลังจากรักษาด้วยการเผายาก็ยังมีการรักษาเพิ่มเติมอีก ด้วยการใช้วารีบำบัดที่จะให้ผู้ป่วยลงไปแช่ในน้ำสมุนไพร เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ณ ปัจจุบันนี้ ทางโรงพยาบาลก็มีการดูแลผู้ป่วยแบบแพคเกจ 2 คืน 3 วัน มีห้องบริการผู้ป่วยจำนวน 15 ห้อง ซึ่งผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาต่างก็ถูกอกถูกใจกับบริการนี้เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากไม่เหมือนกับการไปนอนโรงพยาบาลแทบทั่วไป

Read More

ผลวิจัยชี้ ผู้หญิงบ้างานเกิน เสี่ยงเข้ารับการรักษาเบาหวาน

aecdisaster/ February 7, 2020/ ภัยใกล้ตัว

ผลวิจัยชี้ ผู้หญิงบ้างานเกิน เสี่ยงเข้ารับการรักษาเบาหวาน             งานวิจัยผู้หญิงที่ขยันทำงานจนเกินเหตุเสี่ยงป่วยและต้องเข้ารับการรักษาเบาหวานชิ้นนี้ ถูกจัดทำขึ้นโดยติดตามผลข้อมูลของคนแคนาดาจำนวน 7,065 คน ที่ใช้ระยะเวลาติดตามมาตลอด 12 ปี ค้นพบว่าผู้หญิงที่ใช้เวลาทำงาน 45 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้นต่อสัปดาห์ จะมีความเสี่ยงป่วยเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นถึง 65% เมื่อเทียบกับคนที่ทำงาน 35-40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ที่สำคัญ ผลการค้นพบผู้หญิงบ้างานที่เสี่ยงป่วยและต้องเข้ารับการรักษาเบาหวานชิ้นนี้ มีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก เมื่อนำปัจจัยเรื่องการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และมวลดัชนีร่างกายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และเมื่ออ่านมาถึงบรรทัดนี้ แน่นอนความสงสัยที่ตามมือ “คนทำงานหนักมันก็เป็นโรคได้ทั้งนั้นแหละ” แต่เดี๋ยวก่อน เพราะเมื่อดูผลการติดตามของบรรดาสุภาพบุรุษทั้งหลาย ที่ถึงแม้จะมีชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานกว่ากลับพบว่าไม่ได้มีความเสี่ยงกับโรคเบาหวานเท่ากับสุภาพสตรีแต่อย่างใด ถึงแม้ยังไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนบอกได้ว่าเพราะเหตุใดเรื่องเพศถึงเข้ามาเกี่ยวข้อง  แต่นี่อาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมยางว่าที่ผู้หญิงทำต่างกันและมากกว่าผู้ชาย กิจกรรมหลังเลิกงานที่ผู้หญิงทำ เสี่ยงต่อการป่วยและต้องรักษาเบาหวานได้อย่างไร มาฮี กิลแบต์-วีเมต์ (Mahee Gilbert-Ouimet) ผู้ทำการวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตรอนโต (University of Toronto) ที่ทำการศึกษามาตลอด 12 ปี และเป็นหนึ่งในผู้เขียนงานวิจัยชิ้นดังกล่าวเผยว่า “กิจกรรมที่ผู้หญิงต้องทำเวลาเลิกงานกลับบ้านแล้ว ยังรวมถึงการทำงานบ้านและงานพิเศษอื่น ๆ อันเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทำมากกว่าผู้ชาย ซึ่งนี่เป็นตัวการก่อให้เกิดความเครียดได้ เมื่อมีความเครียดก็ย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพ” มาฮี ยังเผยอีกว่า ผู้หญิงที่ใช้เวลาไปกับการทำงานมากกกว่า ยังมีแนวโน้มที่จะทำงานได้เงินน้อยกว่าผู้ชาย ถึงแม้ทั้งหญิงและชายจะทำงานที่คล้ายคลึงกันก็ตาม แต่ผู้หญิงก็มักจะได้ค่าตอบแทนที่น้อยกว่า

Read More

มีอาการน่าสงสัยใช้ชุดตรวจ hiv ทันที ก่อนแพร่เชื้อสู่คนอื่น

aecdisaster/ February 5, 2020/ ภัยใกล้ตัว

มีอาการน่าสงสัยใช้ชุดตรวจ hiv ทันที ก่อนแพร่เชื้อสู่คนอื่น             เมื่อมีอาการน่าสงสัยของโรคเอดส์ จงรีบใช้ชุดตรวจ hiv ทันที ก่อนจะทำให้เชื้อแพร่กระจายไปสู่คนอื่น ๆ ซึ่งอาการของโรคเอดส์นี้ จะเริ่มแสดงให้เห็นตั่งแต่เริ่มแรก เพียงแต่จะสังเกตได้ยาก เพราะอาการทั่วไปจะคล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่ เช่น อาการปวดเมื่อยกล้ามเนิ้อ ซึม มีไข้ ร่างกายอ่อนเพลีย อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นในระยะเวลา 2-6 สัปดาห์เหลังร่างกายได้รับเชื้อ HIV เข้าไป สาเหตุที่เวลามีอาการน่าสงสัยต้องใช้ชุดตรวจ hiv ทันที นั่นก็เป็นเพราะร่างกายของคนแม้จะได้รับเชื้อแค่ระยะแรก แต่ก็สามารถแพร่เชื้อให้กับผู้อื่นได้แล้ว นับว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวอย่างยิ่ง เนื่องจากร่างกายคนที่ได้รับเชื้อจะเริ่มผลิตไวรัสออกมาเป็นจำนวนมาก ทั้งในเลือด หรือสารคัดหลั่งต่าง  ๆ อย่างไรก็ตามอาการไม่สบายที่กล่าวไปข้างต้น ก็จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น ก่อนเลือนลางและจางหายไป ส่วนบางรายก็อาจมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ เป็นช่วงได้ หากมีอาการน่าสงสัยดังต่อไปนี้ ต้องรีบใช้ชุดตรวจ hiv ทันที 1.หนาวสั่น อาการนี้มักปรากฎหลังจากได้รับเชื้อ 2-4 สัปดาห์ แล้วค่อย ๆ บรรเทาลง 2.ปวดหัว วิงเวียนศีรษะ 3.ต่อมน้ำเหลืองบวม ทั้งส่วนของ

Read More