Category Archives: การดูแลสุขภาพ

ไม่อยากผ่าตัดกระดูกสันหลังรอบ 2 ต้องเริ่มดูแลตัวเองให้ถูกวิธี

aecdisaster/ July 12, 2019/ การดูแลสุขภาพ/ 0 comments

ไม่อยากผ่าตัดกระดูกสันหลังรอบ 2 ต้องเริ่มดูแลตัวเองให้ถูกวิธี ผู้ป่วยกระดูกทับเส้นประสาท ถึงแม้เคยเข้ารับการผ่าตัดกระดูกสันหลังมาแล้ว ก็ไม่ได้มีอะไรมายืนยันว่าจะไม่กลับเป็นซ้ำเหมือนเดิมอีกครั้ง เพราะหากผู้ป่วยดูแลตัวเองไม่ดี อาการปวดหลังแบบเดิมก็อาจมาเยือนซ้ำอีกได้ทุกเมื่อ ดังนั้น สิ่งสำคัญที่ผู้ป่วยต้องปฏิบัติหลังการผ่าตัดคือ “ดูแลตัวเองให้ดี” เพื่อให้ร่างกายที่บาดเจ็บฟื้นตัวเองได้เร็วยิ่งขึ้น และสามารถหลีกเลี่ยงอาการปวดหลังได้อย่างถาวร หลังจากเข้ารับการผ่าตัดกระดูกสันหลัง แต่ยังรู้ปวดหลังอยู่ ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม อาการปวดหลังที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดกระดูกสันหลังมาแล้ว มักมีหลายแบบแตกต่างกันออกไป ทั้งอาการปวดที่เกิดขึ้นตามแนวกระดูกสันหลัง ปวดช่วงไหล่ บั้นเอว หรือหลังช่วงล่าง สำหรับอาการปวดเหล่านี้ ล้วนมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งวิธีแก้ไขนั้นก็อยู่ที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง ให้ห่างไกลจาอาการปวดหลัง ดังต่อไปนี้ 1.ออกกำลังกายแบบไอโซเมตริก (Isometric Exercise) – หรือการออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังโดยเฉพาะ ด้วยวิธีการเกร็งกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งสักพักและค่อยคลายสลับกัน โดยไม่มีการเคลื่อนไหวร่างหาย เช่น ดันกำแพง ออกแรงบีบวัตถุ หรือออกแรงดึงเก้าอี้ตัวที่เรานั่งอยู่ สิ่งเหล่านี้ ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควรของหมอนรองกระดูกได้ 2.พฤติกรรมการนอน – การนอนในท่าที่เหมาะสม สำหรับผู้ป่วยหมอนรองกระดูกที่ผ่าตัดกระดูกสันหลังมาแล้ว คือให้นำหมอนมารองบริเวณขาและเมื่อต้องการลุกจากที่นอน หรือลงจากเตียงก็ควรทำในท่านอนตะแคง 3.เมนูอาหาร – ต้องเน้นไปที่อาหารแคลเซียมสูง เช่น นม ผักใบเขียว หรือปลาตัวเล็ก ๆ ที่สามารถทานได้ทั้งตัว แต่อย่าลืมดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอด้วย อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว ส่วนพฤติกรรมที่ไม่ดีก็ควรหลีกเลี่ยง

Read More

ประโยชน์ของน้ำนมแม่ คุณค่าแท้จากธรรมชาติ ที่ลูกควรได้รับ

aecdisaster/ July 8, 2019/ การดูแลสุขภาพ/ 0 comments

ประโยชน์ของน้ำนมแม่ คุณค่าแท้จากธรรมชาติ ที่ลูกควรได้รับ             องค์การอนามัยโลก (WHO) และยูนิเซฟ (UNICEF) เผยถึงประโยชน์ของน้ำนมแม่ไว้ โดยให้คำแนะนำว่าควรให้ลูกกินนมแม่เพียงอย่างเดียวตั่งแต่แรกเกิดไปจนถึง 6 เดือน และควรกินต่อเนื่องไปจนกระทั่งลูกมีอายุ 2 ปี หรือมากกว่านั้น และควรกินนมแม่ควบคู่กับอาหารที่เหมาะสมตามวัยกับลูก ด้วยองค์ประกอบของน้ำนมแม่ตามองค์ประกอบทางด้านโภชนาการ ที่มีการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามินและยังมีเซลล์สิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด ทั้งจากเซลล์แม่ ไปจนถึงแบคทีเรียที่ดีต่อระบบทางเดินอาหาร ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลดีต่อตัวลูกเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กทารกวัยแรกเกิด ที่ยังมีภูมิคุ้มกันไม่สมบูรณ์ น้ำนมแม่จึงเปรียบเสมือนวัคซีนหยดแรกสำหรับตัวเด็ก เนื่องจากมีภูมิคุ้มกันโรคจำนวนมาก ที่สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวลูกได้ ดังนั้น การได้กินนมแม่ตั่งแต่วัยแรกเกิด จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก สำหรับการทำให้ทารกเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ โดยประโยชน์ของน้ำนมแม่นั้น มีการเปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลาหลังการคลอด เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับตัวลูกน้อย ผ่านกระบวนการสร้างน้ำนมในร่างกายของแม่ ที่เกิดขึ้นจากการหลั่งฮอร์โมนกระตุ้น โดยสามารถแบ่งออกได้ 3 ระยะ ดังนี้ ประโยชน์ของน้ำนมแม่ ในระยะที่ 1 (Colostrum) ในระยะหัวน้ำนม หรือช่วง 1-3 วันแรกนั้น น้ำนมแม่จะมีสีเหลือง จนทำให้บางคนมีชื่อเรียกว่า “น้ำนมเหลือง” เนื่องจากมีแคโรทีนเป็นส่วนประกอบสูงกว่าน้ำนมในระยะหลัง โดยน้ำนมในช่วงนี้ ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์มาก เพราะประกอบได้ด้วยโปรตีนชนิดต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเฉพาะเกลือแร่และวิตามิน

Read More

ขยันทำงานคือเรื่องดี แต่ถ้าจ้องจอนาน ๆ ก็มีสิทธิ์วุ้นตาเสื่อม

aecdisaster/ June 21, 2019/ การดูแลสุขภาพ

ขยันทำงานคือเรื่องดี แต่ถ้าจ้องจอนาน ๆ ก็มีสิทธิ์วุ้นตาเสื่อม             โดยทั่วไปแล้วโรควุ้นตาเสื่อม มักเกิดกับผู้สูงอายุวัย 50 ปีขึ้นไปเป็นส่วนใหญ่ แต่ด้วยทุกวันนี้ เทคโนโลยีต่าง ๆ ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตมากกว่าเมื่อก่อน โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ที่กลายเป็นอุปกรณ์หลักของการทำการเกือบทุกสาขาวิชาชีพ จึงทำให้ผู้ที่ประกอบอาชีพเกี่ยวข้องกับการนั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ มีสิทธิ์เป็นโรคนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากสาเหตุของการเกิดโรควุ้นตาเสื่อมคือ ใช้สายตามาเกินไป เช่น จ้อง หรือเพ่งมองมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ จอโทรศัพท์มือถือ เล่นเกม ดูโทรทัศน์ เป็นหลัก โดยเฉพาะการอ่านหนังสือ หรือพิมพ์ตัวหนังสือในคอมพิวเตอร์ ก็ยิ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดอาการวุ้นในตาจอเสื่อมได้มากกว่าปกติ เนื่องจากตัวหนังสือบนหน้าจอนั้น ไม่มีความคมชัด ผิดกับที่ตาเห็น เพราะตัวหนังสือที่ปรากฏอยู่บนจอ LCD หรือจอแก้ว ไม่เหมือนตัวอักษรบนแผ่นกระดาษ จึงทำให้สายตาคนที่จ้องมองปรับระยะโฟกัสไม่ได้ ที่สำคัญ การอ่านบทความแบบเลื่อนขึ้นเลื่อนลงไปมา ยังทำให้สายตาเกิดอาการกระตุกขึ้นลง ซ้ำ ๆ แทบตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ เลยทำให้สายตาทำงานหนักกว่าการอ่านหนังสือแบบปกติ อาการของโรควุ้นตาเสื่อม 1.ในขณะลืมตาจะมองเห็นเป็นคราบดำ ๆ เหมือนหยากไย่ลอยไปลอยมา หรือเหมือนมีคราบติดกระจก ซึ่งจะสังเกตุเห็นชัดขึ้นเมื่อมองไปยังพื้นที่สีขาว 2.เริ่มมองเห็นจุดลอยไปลอยมามากขึ้น จนเริ่มส่งผลรบกวนต่อการใช้ชีวิต 3.มองเห็นแสงระยิบระยับคล้ายแสงแฟลชจากล้อง 4.สายตาเริ่มพร่ามัวลง เหมือนมีม่านดวงตาบังเป็นแถบ ๆ จนสังเกตุได้อย่างชัดเจน ป้องกันวุ้นตาเสื่อม ด้วยวิธีบำรุงดวงตาให้สุขภาพดีอยู่เสมอ

Read More

เทคนิคผ่าตัดหมอนรองกระดูกผ่านกล้อง ได้รับความนิยมมาตั่งแต่ปี 1989

aecdisaster/ June 17, 2019/ การดูแลสุขภาพ

เทคนิคผ่าตัดหมอนรองกระดูกผ่านกล้อง ได้รับความนิยมมาตั่งแต่ปี 1989             นับตั่งแต่ปี ค.ศ. 1989-1993 ที่เทคนิคการผ่าตัดหมอนรองกระดูกด้วยการส่องกล้องถือกำเนิดขึ้น ก็ได้มีรายงานถึงประสิทธิภาพและข้อได้เปรียบของการผ่าตัดด้วยเทคนิคนี้ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์อย่างกว้างขวาง ส่งผลให้การผ่าตัดเกิดเกิดเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่สามารเข้ารับการผ่าตัดด้วยเทคนิคนี้ได้ เนื่องจากมีข้อบ่งชี้และขั้นตอนการคัดเลือกผู้ป่วยที่ต้องมีความเหมาะสมด้วย ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ที่สามารถส่งผลต่อการรักษาให้หายจากอาการผิดปกติ อันเนื่องมาจากภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท เทคนิคผ่าตัดหมอนรองกระดูกผ่านกล้องมีดีอย่างไร ถึงได้รับความนิยมมาตั่งแต่ปี 1989 การผ่าตัดรักษาอาการปวดหลัง ที่เกิดจากภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อม หรือหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทที่เป็นมาตรฐาน (gold standard) เป็นการผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลัง ร่วมกับการใช้กล้องจุลทรรศน์ (microdiscectomy) เมื่อผ่าตัดเสร็จรอยบาดแผลที่บริเวณกลางหลัง จะมีขนาดยาวเพียง 3-5 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับพยาธิสภาพในแต่ละราย ในปัจจุบันนี้ การผ่าตัดหมอนรองกระดูกด้วยเทคนิคนี้ ถูกประเทศเยอรมนี พัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ด้วยการประดิษฐ์เลนส์และกล้องแบบ Endoscope ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 0.4 – 0.5 เซนติเมตร จึงทำให้กระบวนการผ่าตัดสามารถใช้กล้องที่มีขนาดเล็กลงได้อีกประมาณ 0.8 – 0.9 เซนติเมตร การผ่าตัดแบบนี้จึงถูกเรียกว่า Endoscopic uniportal discectomy ซึ่งบาดแผลจากการผ่าตัดที่มีขนาดเล็กลงมาก จึงทำให้ผู้ป่วยได้รับการบาดเจ็บน้อยลงและสามารถฟื้นตัวได้ภายในระยะเวลาอันสั้น การนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลสั้นลง ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ก็ทำให้ผู้ป่วยกลับไปดำเนินชีวิตได้ตามปกติอย่างรวดเร็วขึ้น วิธีการผ่าตัดหมอนรองกระดูก มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

Read More

อาหารต้านมะเร็งราคาถูก แถมหาทานได้ง่ายมาก

aecdisaster/ May 29, 2019/ การดูแลสุขภาพ

อาหารต้านมะเร็งราคาถูก แถมหาทานได้ง่ายมาก             อาหารที่มีสรรพคุณช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายและช่วยต้านมะเร็ง  ได้ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปแบบของแคปซูล ที่จัดเป็นผลิตภัณฑ์เสริมเสมอไป เพราะพืชผักผลไม้ใกล้ตัวเราก็ถือเป็นตัวยาชั้นดีเช่นกัน ที่สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย จนมีประสิทธิภาพป้องกันโรคได้สารพัด ไปจนถึงโรคมะเร็งที่หลายคนกลัว ซึ่งมีอาหารที่มีสรรพคุณดังกล่าวนี้ ยังหาทานได้ง่ายแล้วมีราคาถูกอีกด้วย 1.มะเขือเทศ อุดมไปด้วยไลโคปีน ช่วยต้านมะเร็งได้ มะเขือเทศถึงแม้ดูคล้ายผลไม้ แต่ก็ถูดจัดให้เป็นผักชนิดหนึ่งที่มีสีแดง ไม่ใช่สีเขียวแบบผักทั่วไป ซึ่งสีแดงนั้น แสดงให้ว่าในมะเขือเทศมีคุณค่าทางอาหารที่แตกต่าง ไม่เหมือนกับผักชนิดอื่นที่มีสีเขียว โดยเฉพาะ “ไลโคปีน” ที่ถูกจัดให้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง โดยสรรพคุณของสารชนิดนี้ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้หลายชนิด ทั้งมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งกระเพราะอาหาร มะเร็งปอด เป็นต้น ดังนั้น จึงเป็นที่มาของคำพูดของแพทย์ ซึ่งมักกล่าวว่า “ผู้ชายให้ทานมะเขือเทศปรุงสุก (ช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก) ผู้หญิงให้ทานมะเขือเทศสด (เพื่อรับวิตามิซีมาบำรุงผิวพรรณ)” 2.สารบีคาแคโรทีน ที่มีอยู่มากในกระเทียม ช่วยต้านมะเร็งได้ “กระเทียม” จัดเป็นผักสีขาวชนิดหนึ่ง เป็นที่นิยมนำมาเป็นส่วนประกอบในอาหารมากกว่าการรับประทานโดยตรง ซึ่งในกระเทียมนั้น มีสารบีตาแคโรทีนอยู่มาก นอกจากนี้ผลงานวิจัยหลายฉบับ ยังแสดงให้เห็นว่าการรับประทานกระเทียม สามารถลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งกระเพราะอาหาร, มะเร็งลำไส้ใหญ่, มะเร็งหลอดอาหาร, มะเร็งตับอ่อน, ไปจนถึงมะเร็งเต้านนม เป็นต้น 3.ดอกอัญชัญ พืชที่มีสีม่วงและอุดมไปสารแอนโทไซยานิน ช่วยต้านมะเร็งได้ ดอกอัญชัญ ถูกจัดให้พืชในตระกูลที่มีสีม่วง ซึ่งอุดไปสารแอนโทไซยานิน

Read More

นักวิทย์ฯ ม.คาร์ดิฟฟ์ คิดค้นแผ่นแปะอัจฉริยะตรวจหาข้อเข่าเสื่อม

aecdisaster/ May 8, 2019/ การดูแลสุขภาพ

นักวิทย์ฯ ม.คาร์ดิฟฟ์ คิดค้นแผ่นแปะอัจฉริยะตรวจหาข้อเข่าเสื่อม             ทีมนักวิทย์ฯจากมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ ของสหราชอาณาจักร คิดค้นอุปกรณ์บ่งชี้อาการข้อเข่าเสื่อม ด้วยแผ่นแปะอัจฉริยะ โดยหวังว่าจะสามารถประดิษฐ์ขึ้นได้ ด้วยการใช้อุปกรณ์เซนเซอร์ชนิดเดียวกับบนเครื่องบินมีปีก ซึ่งมีไว้ใช้สำหรับตรวจจับเสียงซับโซนิค (Subsonic) ทีมนักวิทย์ฯมีความเชื่อว่าหากค้นพบคลื่นเสียงที่มีระดับความเร็วต่ำกว่าเสียง เช่น เสียงกระดูกกระทบกันบริเวณข้อเข่า ก็สามารถเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที เนื่องจากตามปกติแล้ว ผู้ที่มีอาการเข่าเสื่อมอาจมีเสียงกระดูกดังอันเนื่องมาจากการสึกหรอ โดยในช่วงเริ่มแรกเสียงนี้ถูกจัดอยู่ในคลื่นความถี่ที่มนุษย์ไม่อาจได้ยิน แต่ทว่า เครื่องตรวจจับเสียงซับโซนิคที่มีไว้ตรวจหารอยร้าวในโครงสร้างปีกเครื่องบิน อาจสามารถนำมาพัฒนาขึ้นเป็นแผ่นบาง ๆ สำหรับแปะบนผิวหนังได้ แผ่นแปะตรวจหาข้อเข่าเสื่อมมีศักยภาพสูงและสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ ทีมนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า แผ่นแปะอัจฉริยะตรวจหาข้อเข่าเสื่อมแบบใช้งานแล้วทิ้งได้ทันที ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในกระบวนการตรวจรักษาผู้ที่เป็นโรคเข่าเสื่อมที่มีราคาแพงได้  ดร.ดาวิด คริเวลลี จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.คาร์ดิฟฟ์ ระบุว่า แผ่นแปะอัจฉริยะชนิดนี้มีศักยภาพสูง ซึ่งสามารถเข้ามาเปลี่ยนวิธีวินัขอโรคเข่าเสื่อมได้ เพราะเมื่อแพทย์ทำการแยกแยะเสียงจากข้อเข่าที่สมบูรณ์และข้อเข่าที่เกิดอาการผิดปกตินี้ได้ ก็ช่วยลดภาระค่าใช้ด้านการแพทย์ได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ดร.ดาวิด คริเวลี ยังได้แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจอีกว่า แผ่นแปะอัจฉริยะนี้ต้องเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายภายใน 1 ทศวรรษ เนื่องจากมีขนาดที่กะทัดรัดไม่ใหญ่เทอะทะ อีกทั้งยังมีราคาที่ถูก โดยมีราคาประมาณ 10 เพนส์ (4.42 บาท) เท่านั้น สำหรับแผ่นแปะตรวจหาข้อเข่าเสื่อมแบบใช้แล้วทิ้งนั้น มีวิธีการงานใช้ไม่ยุ่งยาก เหมาะกับนำมาใช้กับคลินิกรักษาโรคทั่วไป หรือแพทย์เฉพาะด้าน นอกจากนี้ผู้ป่วยยังนำมาใช้เองได้ที่บ้าน เพื่อติดตามอาการของตนเองผ่านแอพพลิเคชั่นได้อีกด้วย ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในขั้นตอนตรวจโรคที่ต้องใช้เครื่องเอ็กซ์เรย์และเอ็มอาร์ไอ ได้ถึงหลายล้านปอนด์

Read More

FDA ออกคำสั่งให้ใช้ยาดัดแปลงยีน เพื่อรักษามะเร็งครั้งแรก

aecdisaster/ April 29, 2019/ การดูแลสุขภาพ

FDA ออกคำสั่งให้ใช้ยาดัดแปลงยีน เพื่อรักษามะเร็งครั้งแรก             FDA หรือสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐฯ อนุมัติให้มีการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน “คิมเรียห์” (Kymriah) ด้วยวิธีการดัดแปลงพันธุกรรม ซึ่งมีบริษัทโนวาร์ดีสเป็นเจ้าของ โดยสามารถนำมาใช้รักษาผู้ป่วยได้ทั่วไปแล้ว ถือเป็นครั้งแรกที่มีการอนุมัติให้ใช้และสามารถจำหน่ายเวชภัณฑ์ เพื่อนำมาใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็งดังกล่าวในสหรัฐฯ สำหรับเทคนิคการรักษามะเร็งแบบนี้ คือการนำภูมิคุ้นกันของผู้ป่วยมาใช้รักษาตัวเอง นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันแบบลิมโฟบลาสติก (Acute Lymphoblastic Leukemia – ALL) เมื่อการรักษาตามวิธีดั้งเดิมเช่นการผ่าตัดหรือเคมีบำบัดไม่ได้ผล บริษัทโนวาร์ตีส ได้กำหนดราคาสำหรับบริการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวอยู่ที่ 475,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 16 ล้านบาท นับเป็นเทคนิคการรักษา ซึ่งมีราคาแพงที่สุดวิธีหนึ่งในโลก กระบวนการรักษามะเร็งด้วยการดัดแปลงพันธุกรรม มีวิธีอย่างไร วิธีรักษามะเร็งด้วยเทคนิคนี้ เริ่มต้นโดยการสกัดเอาเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดทีเซลล์ออกมาจากเลือดผู้ป่วย จากนั้นนำไปผ่านขั้นตอนดัดแปลงพันธุกรรมด้วยไวรัสชนิดพิเศษ จนกระทั่งได้เซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีชื่อว่า CAR-T สำหรับนำกลับเข้าไปในร่างกายผู้ป่วยต่อไป เซลล์เม็ดเลือดขาวที่ผ่านขั้นตอนดัดแปลงพันธุกรรมแล้ว มีความสามารถในการค้นหา พร้อมกับแบ่งตัวเพิ่มจำนวน เพื่อเข้าไปทำลายเซลล์มะเร็ง โดยสอดคล้องและเหมาะสมกับสภาพจำเพาะของร่างกายผู้ป่วยแต่ละคน ซึ่งมีความแตกต่างกัน  ผลการทดลองรักษามะเร็งด้วยวิธีนี้ ได้ผลถึง 83% และนำไปพัฒนาต่อยอดได้ ผลการทดลองรักษาที่ผ่านมากับผู้ป่วยมะเร็ง จำนวน 63 ราย แสดงให้เห็นว่าการรักด้วยเทคนิคนี้ได้ผลสำเร็จมากถึง 83% ซึ่งผู้ป่วยคนแรกของการทดลองที่เข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้ สามารภฟื้นฟูตัวเองจาการป่วยระยะสุดท้าย จนกระทั่งร่างกายผู้ป่วยปราศจากเซลล์มะเร็งมาเป็นระยะเวลากว่า 5

Read More

ปัญหาผมร่วงก่อนวัยอันควร ป้องกันได้ไม่ยาก

aecdisaster/ April 10, 2019/ การดูแลสุขภาพ

ปัญหาผมร่วงก่อนวัยอันควร ป้องกันได้ไม่ยาก             ผมร่วงไม่มากคือเรื่องปกติ แต่หากเส้นผมหลุดร่วงมากเกินไป โดยที่ยังไม่ถึงวัยอันควร ก็ส่งผลให้มีเส้นผมที่บางลงได้เช่นกัน สำหรับบางคนที่รักเส้นผมแล้ว คงเป็นเรื่องลำบากใจอย่างยิ่ง ที่เกิดผมหลุดร่วงเป็นประจำทุกวัน ซึ่งปัญหาผมร่วง เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น หนังศีรษะที่มีความมัน, พันธุกรรม, สารเคมีตกค้าง, สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง เป็นต้น ทั้งนี้ หากรู้ตัวเองว่ามีปัญหาเส้นผมหลุดร่วงก่อนวัยอันควร ต้องรีบแก้ไขและก็ป้องกันอย่างเร่งด่วน เพราะอาจเกิดปัญหาอื่นตามมาได้ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ 1.ป้องผมร่วง ต้องไม่ทำให้หนังศีรษะระคายเคือง หนังศีรษะที่เกิดการละคายเคือง มักเกิดจากการใช้สารเคมีประเภทต่าง ๆ กับเส้นผม อาทิ การทำสี, การดัดผม, การยืดผม, ไปจนถึงกิจกรรมที่ทำลายเส้นผม โดยไม่รู้ตัว เช่น การมัดผมแน่นจนเกินไป ซึ่งเป็นการดึงรั้งเส้นผม ทำร้ายรูขุมขน รวมถึงการสระผมบ่อยเกินความจำเป็นด้วยเช่นกัน เนื่องจากเป็นการทำลายความชุ่มชื่นของเส้นผม  การเกาหนังศีรษะ หรือขยี้ผมแรงเกินไป การแปรงหรือหวีผมในขณะที่เส้นผมเปียกอยุ่  สิ่งเหล่านี้ สามารถทำให้เส้นผมเปราะบางและเกิดปัญหาผมขาดหลุดร่วงได้ง่ายดาย 2.ป้องกันผมร่วง ต้องหลีกเลี่ยงความร้อนที่ทำลายเส้นผม ความร้อนที่เกิดขึ้นจากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งสภาพอากาศ หรือเครื่องทำความร้อนที่ทำให้ผมสวย สามารถจัดทรงง่าย เช่น ไดร์เป่าผม, เครื่องหนีบผม, เครื่องม้วนผม, ซึ่งถือเป็นตัวการที่ก่อให้เกิดผมเสียได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากความร้อนจะดึงโปรตีนในเส้นผม จนทำให้เส้นผมขาดความชุ่มชื่น

Read More

ความสำคัญของโภชนาการ กับผู้ป่วยที่อยู่ในระหว่างรักษามะเร็ง

aecdisaster/ March 12, 2019/ การดูแลสุขภาพ

ความสำคัญของโภชนาการ กับผู้ป่วยที่อยู่ในระหว่างรักษามะเร็ง             เรื่องโภชนาอาหารการกิน นับเป็นสิ่งสำคัญอีกประการในการดูแลผู้ป่วยระหว่างรักษามะเร็ง สามารถช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ป่วยให้ดีขึ้นได้ ด้วยการรับประทานอาหาร ที่มีสารอาหารเพียงพอและเหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น ลดอาการแทรกซ้อน และมีความรู้สึกดี ๆ เกิดขึ้น มีกำลังใจที่จะต่อสู้กับโรคร้ายต่อไป ผู้ป่วยที่อยู่ในระหว่างรักษามะเร็ง ควรเลือกกินอะไร? 1.อาหารประเภทที่มีโปรตีนสูง เช่น ไข่ เนื้อปลา นม ถั่วชนิดต่าง ๆ เนื่องจากผู้ป่วยมีอัตราการสลายโปรตีนเพิ่มสูงขึ้น การได้รับโปรตีนและกรดอะมิโนที่จำเป็นอย่างเพียงพอ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในผู้ป่วยมะเร็ง เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน 2.อาหารที่ให้พลังงานสูง เพราะผู้ป่วยที่อยู่ในระหว่างรักษามะเร็งกินอาหารได้ในปริมาณน้อย 3.ผู้ป่วยควรเลือกกินผักและผลไม้ให้ครบ 5 สีต่อวัน เนื่องจากในผักและผลไม้ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยในการป้องกันไม่ให้มะเร็งลุกลามได้ เช่น มะเขือเทศ ดอกกะหล่ำ คะน้า แขนงผัก บล็อคโคลี ผักโขม กะหล่ำปลีสีม่วง ถั่ว ส้ม แก้วมังกรสีชมพู มะม่วง เป็นต้น 4.ไขมันจากปลา เนื่องจากในน้ำมันปลา มีกรดโอเมก้า 3 อยู่มาก ซึ่งมีสรรพคุณช่วยลดการอักเสบ เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับผู้ป่วยที่น้ำหนักตัวน้อย และควรงดกินอาหารที่มีไขมันจากสัตว์ ที่เป็นไขมันอิ่มตัวอยู่มาก เช่น หนังติดมัน น้ำมันหมู

Read More

ปั่นจักรยานออกกำลังกาย สร้างภูมิคุ้มกันในระยะยาว

aecdisaster/ March 11, 2019/ การดูแลสุขภาพ

การปั่นจักรยานออกกำลังกายนั้นเป็นกิจกรรมที่นิยมกันทั้งในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ รวมไปถึงผู้สูงอายุ แทบจะเรียกได้ว่าเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัยเลยก็ว่าได้ บางคนปั่นไปเรียน บางคนปั่นไปทำงาน หรือบางคนก็ปั่นเพื่อออกกำลังกายโดยเฉพาะ โดยอาจจะปั่นที่บ้าน ฟิตเนส หรือออกไปร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานมาราธอนกับคนจำนวนมากก็ได้ นอกจากจะพบปะเพื่อนใหม่ๆแล้ว ยังได้ปั่นจักรยานออกกำลังกายไปพร้อมๆกับชมวิวตลอดทาง การปั่นจักรยานออกกำลังกายดีต่อสุขภาพมากกว่าการวิ่ง เรามักจะคิดว่าการปั่นจักรยานออกกำลังกายนั้นไม่ได้ช่วยเผาผลาญแคลอรี่หรือเสริมสร้างกล้ามเนื้อเท่ากับการวิ่ง แต่แท้ที่จริงแล้ว การปั่นจักรยานจะช่วยให้เราบริหารกล้ามเนื้อได้ครบทุกส่วนมากกว่าการวิ่ง ไม่ใช่แค่ออกกำลังที่ขาเท่านั้น แต่เรายังได้บริหารกล้ามเนื้อในส่วนต้นขาหน้า ต้นขาหลัง สะโพก บั้นท้าย แกนกลางลำตัว แขน เรื่อยมาจนถึงไหล่ นอกจากจะบริหารกล้ามเนื้อในหลายๆส่วน รู้หรือไม่ว่าการปั่นจักรยานออกกำลังกายนั้นจะทำให้เราอึดขึ้นอีกด้วย นั่นหมายถึงเราสามารถออกกำลังกายหรือคาร์ดิโอเป็นเวลานานได้โดยไม่รู้สึกเพลียจนหมดแรงไปเสียก่อน ซึ่งถ้าเทียบระหว่างการปั่นจักรยานกับการวิ่งแล้ว การปั่นจักรยานมีข้อได้เปรียบตรงที่มีความยากง่ายเพิ่มเข้ามาเพื่อให้ได้ออกแรงมากขึ้น อย่างเช่น การปั่นจักรยานขึ้นเนินนั้นมีแรงต้านทานสูง ทำให้เราต้องออกแรงมากกว่าเดิม หรือการปั่นจักรยานลงเนินที่ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ทำให้เราต้องเกร็งกล้ามเนื้อมากขึ้นกว่าเดิม ก็ถือว่าเป็นความหลากหลายที่ได้เปรียบการวิ่งธรรมดาและท้าทายมากกว่า สร้างระบบภูมิคุ้มกันด้วยการปั่นจักรยานออกกำลังกาย งานวิจัยเกี่ยวกับการสร้างระบบภูมิคุ้มกันของ ศ.เจเน็ต ลอร์ด ซึ่งเป็น ผอ. ที่ Institute of Inflammation and Ageing มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ ได้ตีพิมพ์ลงในวารสาร Aging Cell โดยในงานวิจัยระบุว่า ระบบภูมิคุ้มกันของคนเราจะเริ่มลดลงปีละ 2-3% ตั้งแต่หลังอายุ 20 ปี ทำให้ร่างกายของคนสูงวัยอ่อนแอต่อเชื้อโรคมากกว่า และเกิดโรคอย่างรูมาตอยด์ โรคปวดข้อ

Read More