สรรพคุณของชาอู่หลง ใช้ดื่มเป็นยาเบาหวานได้จริงหรือ

aecdisaster/ November 14, 2019/ การดูแลสุขภาพ/ 0 comments

สรรพคุณของชาอู่หลง ใช้ดื่มเป็นยาเบาหวานได้จริงหรือ             คนจีนชื่นชอบการดื่มชาอู่หลงมาก ด้วยรสชาติผสมผสานกับกลิ่นหอมที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกนั้น เพราะชาอู่หลงเดิมทีแล้ว มันมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ในจังหวัดฝูเจี้ยน (ฮกเกี้ยน) โดยภาษาจีนใช้ว่า “วูหลงฉา” ทั้งยังมีความเชื่อกันว่าสรรพคุณของชาอู่หลงช่วยรักษาและป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้หลายชนิด เช่น ลดความอ้วน ใช้ดื่มเป็นยาเบาหวาน ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และอาจช่วยพัฒนาการทำงานของสมองได้ สำหรับส่วนประกอบของชาอู่หลงนั้น ก็เต็มไปด้วยวิตามินและเกลือแร่หลากหลายชนิด ทั้งฟลูออไรด์ แมงกานีส โพแทสเซียม แมกนีเซียม โซเดียม ไนอาซิน และสารโพลีฟีนอลที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และยังมีคาเฟอีน ที่เป็นสารกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง หัวใจ และกล้ามเนื้ออีกด้วย ชาอู่หลง ใช้ดื่มเป็นยาเบาหวาน สำหรับผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่ 2            ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 เกิดจากร่างกายมีภาวะดื้ออินซูลิน ปกติแล้วเวลารับประอาหาร ตับอ่อนคือตัวที่ทำหน้าที่ผลิตสารอินซูลิน เพื่อเปลี่ยนน้ำตาลจากอาหารที่ได้รับไปใช้เป็นพลังงาน ทว่าผู้ป่วยที่มีภาวะดื้ออินซูลิน จะทำให้อินซูลินควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี จนส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ทำให้เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยภาวะอาการต่าง ๆ ผู้ป่วยจึงต้องมีใช้ยาเบาหวาน ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ หรืออยู่ในเกณฑ์ที่ไม่เกิดอันตราย ซึ่งการดื่มชาอู่หลงเป็นยาเบาหวาน ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ผู้ป่วยหลายคนให้ความสนใจ เพราะมีผลวิจัยที่จัดออกมาแสดงให้เห็นว่าการดื่มชาอู่หลงมีส่วนช่วยในการรักษาเบาหวานได้จริง เนื่องจากชาอู่หลงประกอบไปด้วยสารอาหารสำคัญ

Read More

วิธีเก็บรักษานมแม่มาบริจาค อาจมีความเสี่ยงเกิดอันตราย

aecdisaster/ October 17, 2019/ การดูแลสุขภาพ

วิธีเก็บรักษานมแม่มาบริจาค อาจมีความเสี่ยงเกิดอันตราย             รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า วิธีเก็บรักษานมแม่ เพื่อนำมาบริจาคให้กับบรรดาคุณแม่ที่มีปริมาณน้ำนมไม่เพียงต่อการเลี้ยงลูกนั้น ถึงแม้เป็นไปด้วยความตั้งใจดี ทว่าการแจกจ่ายน้ำนมกันเองนั้น ก็ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำและไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง ทางด้าน รองอธิบดีกรมอนามัยและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้ให้ข้อมูลว่า นมแม่ที่มาจากการบริจาคนั้น มีความจำเป็นสำหรับเด็กคลอดกำหนด หรือทารกน้ำหนักตัวน้อยผิดปกติ ไปจนถึงเด็กป่วย โดยเฉพาะเด็กกลุ่มที่ต้องได้รับการผ่าตัดเกี่ยวกับลำไส้ ซึ่งต้องเป็นนมแม่บริจาคที่ได้มาตรฐาน มีการผ่านกรรมวิธีตรวจและฆ่าเชื้อมาแล้ว ทั้งยังต้องมีระบบธนาคารน้ำนม (milk bank) ที่เป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์และมีการกำกับ ควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับระบบด้านการแพทย์อื่น ๆ ดังนั้น วิธีเก็บรักษานมแม่ก่อนนำมาบริจาคคือ คุณแม่ต้องได้รับการซักประวัติและตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการก่อน ว่าไม่มีการติดเชื้อ ไม่ใช้ยา และเครื่องดื่มแอกอฮอร์ เพื่อยืนยันให้เกิดความใจในน้ำนมที่นำมาบริจาค นอกจากนี้ นมที่ได้รับบริจาคมาต้องถูกตรวจสอบจากธนาคารน้ำนม และมีการตรวจคัดกรองเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ วิธีเก็บรักษานมแม่นำมาบริจาค หากพบว่าทารกผู้รับเกิดเจ็บป่วย ผู้ให้ต้องได้รับโทษ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เผยว่า ณ ปัจจุบันนี้ มีธนาคารนมแม่อยู่ 2 แห่ง คือธนาคารนมแม่ศิริราช และธนาคารนมแม่รามาธิบดี ที่ดำเนินการภายใต้ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ซึ่งมีการนำมาตรฐานของคลินิกนมแม่ในต่างประเทศมาใช้ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย โดยมีการจัดทำหลักเกณฑ์และปรับปรุงให้มีความสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย ด้วยเหตุนี้

Read More

อยู่ในช่วงรักษาเบาหวาน ก็ทานน้ำตาลได้ หากรู้จักควบคุมอาการของโรค

aecdisaster/ September 10, 2019/ การดูแลสุขภาพ

อยู่ในช่วงรักษาเบาหวาน ก็ทานน้ำตาลได้ หากรู้จักควบคุมอาการของโรค             ผู้ป่วยที่อยู่ในช่วงรักษาเบาหวาน ไม่ได้หมายความว่า ต้องห้ามทานของหวาน หรืองดน้ำตาลเสมอไป ซึ่งผู้ป่วยยังคงรับประทานของหวานได้อยู่ในปริมาณเล็กน้อย หากสามารถจัดการและควบคุมอาการของโรคเบาหวานได้ ความจริงของน้ำตาล กับผู้ป่วยรักษาเบาหวาน ทุกคนคิดว่าการทานน้ำตาลเป็นต้นเหตุของโรคเบาหวาน และเป็นของต้องห้ามในผู้ป่วยรักษาเบาหวาน ทว่าในความเป็นจริงแล้ว น้ำตาลก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 แต่หากเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 น้ำหนักเกิน น้ำตาลก็เป็นปัจจัยเสียงอย่างหนึ่ง เพราะเมื่อผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ทานน้ำตาลในปริมาณมากเกินไป ก็จะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น และจากการศึกษายังพบอีกว่า การดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบอยู่มาก มีความสัมพันธ์กับการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ดังนั้น ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จึงต้องคบคุมปริมาณน้ำตาล เพื่อช่วยป้องกันการเกิดโรคนั่นเอง หรือหากป่วยและอยู่ในช่วงรักษาเบาหวานอยู่ก่อนแล้ว การบริโภคน้ำตาลก็จะยิ่งเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด หากไม่มีการควบคุม ก็จะสร้างปัญหาร้ายแรงขึ้นได้ ผู้ป่วยจึงต้องวางแผนเรื่องการกินให้เหมาะสม ด้วยการควบคุมปริมาณน้ำตาลและรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่อยู่เสมอ ยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยเบาหวานได้ตั้งกำหนดการทานของหวานด้วยตนเอง แค่ในเฉพาะโอกาศพิเศษเท่านั้น อย่างวันเกิด หรือวันแต่งงาน แต่ต้องระลึกไว้เสมอ ของหวานเหล่านี้มีน้ำตาลในปริมาณที่สูง จึงควรรับประทานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนมื้ออาหารในแต่ละวันผู้ป่วยก็ต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนด้วย เช่น ผัก ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ที่ไม่มีไขมัน ถั่ว และโปรตีนไร้ไขมัน ผู้ป่วยที่กำลังรักษาเบาหวาน สามารถเพิ่มสารให้ความแทนน้ำตาลในอาหารได้ นอกจากกำหนดระยะเวลาการทานของหวานไว้แค่ในโอกาสพิเศษแล้ว อีกวิธีคือการสนองความต้องการความหวานด้วยสารทดแทน ด้วยการเลือกใช้สารเพิ่มความหวานที่มีแคลอรี่ต่ำ ผสมลงไปในอาหาร

Read More

เลี้ยงลูกให้ฉลาด จนเป็นอัจฉริยะ สามารถทำได้อย่างไร?

aecdisaster/ September 2, 2019/ การดูแลสุขภาพ

เลี้ยงลูกให้ฉลาด จนเป็นอัจฉริยะ สามารถทำได้อย่างไร?             ในช่วงปี 1968 จูเลียน สแตนลีย์ ผู้เชี่ยวชาญที่ดำเนินการศึกษาเกี่ยวกับการวัดความรู้ความสามารถและกระบวนการทางความคิด ได้พบเจอกับเด็กอัจฉริยะอายุ 12 ปี ที่มีโอกาสเข้าไปศึกษาเล่าเรียนในวิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอบกินส์ ของสหรัฐฯ ซึ่งโจเซฟ เบทส์ เด็กวัยอัจฉริยะอายุ 12 ปีรายนี้มีความฉลาดหลักแหลมเป็นอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกเบื่อหน่าย เนื่องจากตัวเขาได้เรียนรู้ไปได้ก้าวไกลเกินกว่าเพื่อรุ่นเดียวกัน นี่จึงเป็นจุดกำเนิดให้ จูเลียน สแตนลีย์ เริ่มจัดทำงานวิจัยติดต่อกันมาอย่างยาวนานกว่า 45 ปี โดยมีการศึกษาในเรื่องพัฒนาการของเด็กที่มีพรสวรรค์พิเศษเป็นหลัก นั่นรวมไปถึง มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กและเลดี้ กาก้า ศิลปินชื่อดัง การเลี้ยงลูกให้ฉลาดตั่งแต่วัยเยาว์ ไม่ได้มีผลว่าจะต้องเป็นอัจฉริยะเสมอไป การเลี้ยงลูกให้ฉลาด ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ ที่ส่งผลต่อการเติมโตเป็นอัจฉริยะ เพราะกรณีของ โจเซฟ เบทส์ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเมื่อเด็กอายุ 12 รายนี้ เติบโตขึ้นมา เขาก็สามารถสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก จากนั้นก็ได้ไปเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัย และทุกวันนี้ เขาก็ได้กลายมาเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงทางด้านศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์ นอกจากนี้ สแตนลีย์ ยังได้เริ่มต้นโครงการศึกษาเยาวชนผู้มีความฉลาดล้ำในด้านคณิตศาสตร์ (Study of Mathematically Precocious Youth

Read More

จักษุแพทย์เผยเมนูอาหารเลิศรส มีสรรพคุณบำรุงดวงตา ป้องกันวุ้นตาเสื่อม

aecdisaster/ August 15, 2019/ การดูแลสุขภาพ

จักษุแพทย์เผยเมนูอาหารเลิศรส มีสรรพคุณบำรุงดวงตา ป้องกันวุ้นตาเสื่อม             แต่เดิมนั้น ผู้คนจำนวนมากมักเลือกทานผักและผลไม้เพื่อบำรุงสายตา และป้องกันวุ้นตาเสื่อม โดยมีความเชื่อว่าพืชพักและผลไม้บางชนิดมีสรรพคุณช่วยให้มองเห็นได้ดีขึ้น ทั้งยังมีสรรพคุณช่วยป้องกันโรคได้อีกมากมาย ในปัจจุบันนี้ ก็พบว่ามีการสกัดเอาสารที่ได้จากพืชผักและผลไม้ไปแปรรูปเป็นอาหารเสริมบำรุงสายตา และป้องกันการเกิดโรคหลายอย่าง ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก นอกจากนี้ งานวิจัยบางชิ้นที่ศึกษาเรื่องพืชผักและผลไม้ ยังค้นพบว่า สารสกัดเหล่านั้น มีส่วนช่วยบำรุงสายตาได้จริง ก็ยิ่งทำให้ผู้คนหันมาสนใจทานพืชผักและผลไม้กันมากขึ้น รวมถึงอาหารเสริมประเภทต่าง ๆ ที่สกัดมาจากพืชและผักเหล่านั้น วิธีบำรุงสายตาและป้องกันการเกิดวุ้นตาเสื่อม สามารถทำได้หลายวิธี สำหรับการบำรุงสายตาและป้องกันวุ้นตาเสื่อมนั้น ก็สามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน ทั้งการรับประทานผัก ผลไม้ หรืออาหารเสริมที่สกัดเอาสารของพืชผักและผลไม้บางชนิดที่มีส่วนช่วยบำรุงสายตา ก็เป็นอีกวิธีที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ซึ่งมีพืชผักผลไม้หลายชนิดด้วยกันที่สามารถสกัดออกมาเป็นอาหารบำรุงสายตาได้ ประกอบมีงานวิจัยหลายชิ้นที่ศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ หรือสรรพคุณของพืชที่เชื่อว่าช่วยเสริมสร้างสุขภาพดวงตาได้ในหลายแง่มุม 5 เมนูอาหารเลิศรส ที่ช่วยบำรุงดวงตาและมีสรรพคุณป้องกันวุ้นตาเสื่อมมีดังนี้ 1.เมี่ยงปลาทูผักคะน้า – เป็นเมนูยอดนิยมที่หลายคนชอบทาง ที่ช่วยบำรุงดวงตาและช่วยป้องกันวุ้นตาเสื่อมได้ ซึ่งสามารถทำเองได้ง่าย ๆ และใช้เวลาไม่นาน และใช้วัตถุดิบหลัก ๆ เพียงไม่กี่อย่าง คือผักคะน้า ปลาทู และน้ำเมี่ยงที่สามารถเลือกปรุงรสเองได้ตามใจชอบ โดยผักคะน้านั้น จัดเป็นพระเอกของเมนูนี้ เพราะมีวิตามินเอและวิตามินบำรุงตาสูง รองลงมาคือปลาทูที่มี “แอสต้าแซนทิน” เป็นตัวช่วยล้างพิษอนุมูลอิสระที่ดวงตา 2.ซุปข้าวโพดม่วง – วิธีทำก็เหมือนซุปข้าวโพดทั่วไป แต่ใส่แป้งให้น้อยลง ซึ่งรสชาติและรสสัมผัสของเนื้อข้าวโพดก็จัดเป็นของโปรดผู้คนทุกเพศทุกวัย

Read More

ไม่อยากผ่าตัดกระดูกสันหลังรอบ 2 ต้องเริ่มดูแลตัวเองให้ถูกวิธี

aecdisaster/ July 12, 2019/ การดูแลสุขภาพ

ไม่อยากผ่าตัดกระดูกสันหลังรอบ 2 ต้องเริ่มดูแลตัวเองให้ถูกวิธี ผู้ป่วยกระดูกทับเส้นประสาท ถึงแม้เคยเข้ารับการผ่าตัดกระดูกสันหลังมาแล้ว ก็ไม่ได้มีอะไรมายืนยันว่าจะไม่กลับเป็นซ้ำเหมือนเดิมอีกครั้ง เพราะหากผู้ป่วยดูแลตัวเองไม่ดี อาการปวดหลังแบบเดิมก็อาจมาเยือนซ้ำอีกได้ทุกเมื่อ ดังนั้น สิ่งสำคัญที่ผู้ป่วยต้องปฏิบัติหลังการผ่าตัดคือ “ดูแลตัวเองให้ดี” เพื่อให้ร่างกายที่บาดเจ็บฟื้นตัวเองได้เร็วยิ่งขึ้น และสามารถหลีกเลี่ยงอาการปวดหลังได้อย่างถาวร หลังจากเข้ารับการผ่าตัดกระดูกสันหลัง แต่ยังรู้ปวดหลังอยู่ ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม อาการปวดหลังที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดกระดูกสันหลังมาแล้ว มักมีหลายแบบแตกต่างกันออกไป ทั้งอาการปวดที่เกิดขึ้นตามแนวกระดูกสันหลัง ปวดช่วงไหล่ บั้นเอว หรือหลังช่วงล่าง สำหรับอาการปวดเหล่านี้ ล้วนมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งวิธีแก้ไขนั้นก็อยู่ที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง ให้ห่างไกลจาอาการปวดหลัง ดังต่อไปนี้ 1.ออกกำลังกายแบบไอโซเมตริก (Isometric Exercise) – หรือการออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังโดยเฉพาะ ด้วยวิธีการเกร็งกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งสักพักและค่อยคลายสลับกัน โดยไม่มีการเคลื่อนไหวร่างหาย เช่น ดันกำแพง ออกแรงบีบวัตถุ หรือออกแรงดึงเก้าอี้ตัวที่เรานั่งอยู่ สิ่งเหล่านี้ ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควรของหมอนรองกระดูกได้ 2.พฤติกรรมการนอน – การนอนในท่าที่เหมาะสม สำหรับผู้ป่วยหมอนรองกระดูกที่ผ่าตัดกระดูกสันหลังมาแล้ว คือให้นำหมอนมารองบริเวณขาและเมื่อต้องการลุกจากที่นอน หรือลงจากเตียงก็ควรทำในท่านอนตะแคง 3.เมนูอาหาร – ต้องเน้นไปที่อาหารแคลเซียมสูง เช่น นม ผักใบเขียว หรือปลาตัวเล็ก ๆ ที่สามารถทานได้ทั้งตัว แต่อย่าลืมดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอด้วย อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว ส่วนพฤติกรรมที่ไม่ดีก็ควรหลีกเลี่ยง

Read More

ประโยชน์ของน้ำนมแม่ คุณค่าแท้จากธรรมชาติ ที่ลูกควรได้รับ

aecdisaster/ July 8, 2019/ การดูแลสุขภาพ

ประโยชน์ของน้ำนมแม่ คุณค่าแท้จากธรรมชาติ ที่ลูกควรได้รับ             องค์การอนามัยโลก (WHO) และยูนิเซฟ (UNICEF) เผยถึงประโยชน์ของน้ำนมแม่ไว้ โดยให้คำแนะนำว่าควรให้ลูกกินนมแม่เพียงอย่างเดียวตั่งแต่แรกเกิดไปจนถึง 6 เดือน และควรกินต่อเนื่องไปจนกระทั่งลูกมีอายุ 2 ปี หรือมากกว่านั้น และควรกินนมแม่ควบคู่กับอาหารที่เหมาะสมตามวัยกับลูก ด้วยองค์ประกอบของน้ำนมแม่ตามองค์ประกอบทางด้านโภชนาการ ที่มีการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามินและยังมีเซลล์สิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด ทั้งจากเซลล์แม่ ไปจนถึงแบคทีเรียที่ดีต่อระบบทางเดินอาหาร ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลดีต่อตัวลูกเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กทารกวัยแรกเกิด ที่ยังมีภูมิคุ้มกันไม่สมบูรณ์ น้ำนมแม่จึงเปรียบเสมือนวัคซีนหยดแรกสำหรับตัวเด็ก เนื่องจากมีภูมิคุ้มกันโรคจำนวนมาก ที่สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวลูกได้ ดังนั้น การได้กินนมแม่ตั่งแต่วัยแรกเกิด จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก สำหรับการทำให้ทารกเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ โดยประโยชน์ของน้ำนมแม่นั้น มีการเปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลาหลังการคลอด เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับตัวลูกน้อย ผ่านกระบวนการสร้างน้ำนมในร่างกายของแม่ ที่เกิดขึ้นจากการหลั่งฮอร์โมนกระตุ้น โดยสามารถแบ่งออกได้ 3 ระยะ ดังนี้ ประโยชน์ของน้ำนมแม่ ในระยะที่ 1 (Colostrum) ในระยะหัวน้ำนม หรือช่วง 1-3 วันแรกนั้น น้ำนมแม่จะมีสีเหลือง จนทำให้บางคนมีชื่อเรียกว่า “น้ำนมเหลือง” เนื่องจากมีแคโรทีนเป็นส่วนประกอบสูงกว่าน้ำนมในระยะหลัง โดยน้ำนมในช่วงนี้ ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์มาก เพราะประกอบได้ด้วยโปรตีนชนิดต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเฉพาะเกลือแร่และวิตามิน

Read More

ขยันทำงานคือเรื่องดี แต่ถ้าจ้องจอนาน ๆ ก็มีสิทธิ์วุ้นตาเสื่อม

aecdisaster/ June 21, 2019/ การดูแลสุขภาพ

ขยันทำงานคือเรื่องดี แต่ถ้าจ้องจอนาน ๆ ก็มีสิทธิ์วุ้นตาเสื่อม             โดยทั่วไปแล้วโรควุ้นตาเสื่อม มักเกิดกับผู้สูงอายุวัย 50 ปีขึ้นไปเป็นส่วนใหญ่ แต่ด้วยทุกวันนี้ เทคโนโลยีต่าง ๆ ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตมากกว่าเมื่อก่อน โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ที่กลายเป็นอุปกรณ์หลักของการทำการเกือบทุกสาขาวิชาชีพ จึงทำให้ผู้ที่ประกอบอาชีพเกี่ยวข้องกับการนั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ มีสิทธิ์เป็นโรคนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากสาเหตุของการเกิดโรควุ้นตาเสื่อมคือ ใช้สายตามาเกินไป เช่น จ้อง หรือเพ่งมองมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ จอโทรศัพท์มือถือ เล่นเกม ดูโทรทัศน์ เป็นหลัก โดยเฉพาะการอ่านหนังสือ หรือพิมพ์ตัวหนังสือในคอมพิวเตอร์ ก็ยิ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดอาการวุ้นในตาจอเสื่อมได้มากกว่าปกติ เนื่องจากตัวหนังสือบนหน้าจอนั้น ไม่มีความคมชัด ผิดกับที่ตาเห็น เพราะตัวหนังสือที่ปรากฏอยู่บนจอ LCD หรือจอแก้ว ไม่เหมือนตัวอักษรบนแผ่นกระดาษ จึงทำให้สายตาคนที่จ้องมองปรับระยะโฟกัสไม่ได้ ที่สำคัญ การอ่านบทความแบบเลื่อนขึ้นเลื่อนลงไปมา ยังทำให้สายตาเกิดอาการกระตุกขึ้นลง ซ้ำ ๆ แทบตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ เลยทำให้สายตาทำงานหนักกว่าการอ่านหนังสือแบบปกติ อาการของโรควุ้นตาเสื่อม 1.ในขณะลืมตาจะมองเห็นเป็นคราบดำ ๆ เหมือนหยากไย่ลอยไปลอยมา หรือเหมือนมีคราบติดกระจก ซึ่งจะสังเกตุเห็นชัดขึ้นเมื่อมองไปยังพื้นที่สีขาว 2.เริ่มมองเห็นจุดลอยไปลอยมามากขึ้น จนเริ่มส่งผลรบกวนต่อการใช้ชีวิต 3.มองเห็นแสงระยิบระยับคล้ายแสงแฟลชจากล้อง 4.สายตาเริ่มพร่ามัวลง เหมือนมีม่านดวงตาบังเป็นแถบ ๆ จนสังเกตุได้อย่างชัดเจน ป้องกันวุ้นตาเสื่อม ด้วยวิธีบำรุงดวงตาให้สุขภาพดีอยู่เสมอ

Read More

เทคนิคผ่าตัดหมอนรองกระดูกผ่านกล้อง ได้รับความนิยมมาตั่งแต่ปี 1989

aecdisaster/ June 17, 2019/ การดูแลสุขภาพ

เทคนิคผ่าตัดหมอนรองกระดูกผ่านกล้อง ได้รับความนิยมมาตั่งแต่ปี 1989             นับตั่งแต่ปี ค.ศ. 1989-1993 ที่เทคนิคการผ่าตัดหมอนรองกระดูกด้วยการส่องกล้องถือกำเนิดขึ้น ก็ได้มีรายงานถึงประสิทธิภาพและข้อได้เปรียบของการผ่าตัดด้วยเทคนิคนี้ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์อย่างกว้างขวาง ส่งผลให้การผ่าตัดเกิดเกิดเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่สามารเข้ารับการผ่าตัดด้วยเทคนิคนี้ได้ เนื่องจากมีข้อบ่งชี้และขั้นตอนการคัดเลือกผู้ป่วยที่ต้องมีความเหมาะสมด้วย ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ที่สามารถส่งผลต่อการรักษาให้หายจากอาการผิดปกติ อันเนื่องมาจากภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท เทคนิคผ่าตัดหมอนรองกระดูกผ่านกล้องมีดีอย่างไร ถึงได้รับความนิยมมาตั่งแต่ปี 1989 การผ่าตัดรักษาอาการปวดหลัง ที่เกิดจากภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อม หรือหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทที่เป็นมาตรฐาน (gold standard) เป็นการผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลัง ร่วมกับการใช้กล้องจุลทรรศน์ (microdiscectomy) เมื่อผ่าตัดเสร็จรอยบาดแผลที่บริเวณกลางหลัง จะมีขนาดยาวเพียง 3-5 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับพยาธิสภาพในแต่ละราย ในปัจจุบันนี้ การผ่าตัดหมอนรองกระดูกด้วยเทคนิคนี้ ถูกประเทศเยอรมนี พัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ด้วยการประดิษฐ์เลนส์และกล้องแบบ Endoscope ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 0.4 – 0.5 เซนติเมตร จึงทำให้กระบวนการผ่าตัดสามารถใช้กล้องที่มีขนาดเล็กลงได้อีกประมาณ 0.8 – 0.9 เซนติเมตร การผ่าตัดแบบนี้จึงถูกเรียกว่า Endoscopic uniportal discectomy ซึ่งบาดแผลจากการผ่าตัดที่มีขนาดเล็กลงมาก จึงทำให้ผู้ป่วยได้รับการบาดเจ็บน้อยลงและสามารถฟื้นตัวได้ภายในระยะเวลาอันสั้น การนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลสั้นลง ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ก็ทำให้ผู้ป่วยกลับไปดำเนินชีวิตได้ตามปกติอย่างรวดเร็วขึ้น วิธีการผ่าตัดหมอนรองกระดูก มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

Read More

อาหารต้านมะเร็งราคาถูก แถมหาทานได้ง่ายมาก

aecdisaster/ May 29, 2019/ การดูแลสุขภาพ

อาหารต้านมะเร็งราคาถูก แถมหาทานได้ง่ายมาก             อาหารที่มีสรรพคุณช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายและช่วยต้านมะเร็ง  ได้ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปแบบของแคปซูล ที่จัดเป็นผลิตภัณฑ์เสริมเสมอไป เพราะพืชผักผลไม้ใกล้ตัวเราก็ถือเป็นตัวยาชั้นดีเช่นกัน ที่สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย จนมีประสิทธิภาพป้องกันโรคได้สารพัด ไปจนถึงโรคมะเร็งที่หลายคนกลัว ซึ่งมีอาหารที่มีสรรพคุณดังกล่าวนี้ ยังหาทานได้ง่ายแล้วมีราคาถูกอีกด้วย 1.มะเขือเทศ อุดมไปด้วยไลโคปีน ช่วยต้านมะเร็งได้ มะเขือเทศถึงแม้ดูคล้ายผลไม้ แต่ก็ถูดจัดให้เป็นผักชนิดหนึ่งที่มีสีแดง ไม่ใช่สีเขียวแบบผักทั่วไป ซึ่งสีแดงนั้น แสดงให้ว่าในมะเขือเทศมีคุณค่าทางอาหารที่แตกต่าง ไม่เหมือนกับผักชนิดอื่นที่มีสีเขียว โดยเฉพาะ “ไลโคปีน” ที่ถูกจัดให้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง โดยสรรพคุณของสารชนิดนี้ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้หลายชนิด ทั้งมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งกระเพราะอาหาร มะเร็งปอด เป็นต้น ดังนั้น จึงเป็นที่มาของคำพูดของแพทย์ ซึ่งมักกล่าวว่า “ผู้ชายให้ทานมะเขือเทศปรุงสุก (ช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก) ผู้หญิงให้ทานมะเขือเทศสด (เพื่อรับวิตามิซีมาบำรุงผิวพรรณ)” 2.สารบีคาแคโรทีน ที่มีอยู่มากในกระเทียม ช่วยต้านมะเร็งได้ “กระเทียม” จัดเป็นผักสีขาวชนิดหนึ่ง เป็นที่นิยมนำมาเป็นส่วนประกอบในอาหารมากกว่าการรับประทานโดยตรง ซึ่งในกระเทียมนั้น มีสารบีตาแคโรทีนอยู่มาก นอกจากนี้ผลงานวิจัยหลายฉบับ ยังแสดงให้เห็นว่าการรับประทานกระเทียม สามารถลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งกระเพราะอาหาร, มะเร็งลำไส้ใหญ่, มะเร็งหลอดอาหาร, มะเร็งตับอ่อน, ไปจนถึงมะเร็งเต้านนม เป็นต้น 3.ดอกอัญชัญ พืชที่มีสีม่วงและอุดมไปสารแอนโทไซยานิน ช่วยต้านมะเร็งได้ ดอกอัญชัญ ถูกจัดให้พืชในตระกูลที่มีสีม่วง ซึ่งอุดไปสารแอนโทไซยานิน

Read More