aecdisaster/ January 17, 2020/ ภัยใกล้ตัว

ไม่อยากผ่าตัดหมอนรองกระดูก ก็สามาถใช้วิธีฝังเข็มได้

            กลุ่มผู้ป่วยที่ต้องการฝังเข็มก็มีหลายกรณีด้วยกัน เช่น กลัวการผ่าตัดหมอนรองกระดูก หรืออยากเก็บการผ่าตัดไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย โดยผู้ป่วยกลุ่มที่ยังไม่อยากเข้ารับการผ่าตัดเหล่านี้ ก็มีทางเลือกในการรักษาได้หลายชนิด ที่ขึ้นอยู่กับความรุนแรงเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการนวด การทำกายภาพบำบัด หรือการฝังเข็ม

ผู้ป่วยที่อายุน้อยควรเลือกวิธีรักษาแบบอื่น มากกว่าการผ่าตัดหมอนรองกระดูก

ในผู้ป่วยที่อายุยังน้อย ถือเป็นกลุ่มที่ควรเลือกวิธีรักษาแบบอื่น มากกว่าการผ่าตัดหมอนรองกระดูก เนื่องจากอายุที่น้องทำให้มีความจำเป็นต้องใช้ร่างกายไปอีกนาน ซึ่งการรักษาแบบ invasive treatment หรือการรักษาแบบที่ไม่ล่วงล้ำเข้าไปในร่างกาย

ส่วนการรักษาด้วยวิธีผ่าตัดหมอนรองกระดูกนั้น จะมีการกรีดตัดเนื้อเยื่อด้านนอก เพื่อเข้าไปทำการรักษาจุดที่มีการกดทับเส้นประสาท ส่งผลให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อผังผืดขึ้นมาในจุดที่ผ่าตัดทุกครั้ง ด้วยเหตุนี้ จำนวนครั้งที่สามารถผ่าตัดได้จึงมีจำกัด ที่สำคัญยังมีความยากและความเสี่ยงเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ผ่าตัดด้วย

ในกรณีที่มีอาการไม่มาก ก็สามารถหลีกเลี่ยงการผ่าตัดหมอนรองกระดูกได้

ส่วนผู้ป่วยที่มีระดับความรุนแรงของโรคเล็กน้อยและปานกลางนั้น วิธีฝังเข็มเพื่อการรักษาก็เป็นทางเลือกที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง โดยไม่มีข้อเสียตามมา เนื่องจากโรคยังมีความรุนแรงไม่มากทำให้มีโอกาศรักษาให้หายได้ ที่สำคัญหากผู้ป่วยไม่พอใจการฝังเข็ม ก็สามารถเปลี่ยนไปผ่าตัดรักษาได้ภายหลัง

สำหรับฝังเข็มรักษาอย่างถูกวิธีนั้น ก็สามารถช่วยให้กล้ามเนื้อหลังผ่อนคลาย ลดอาการอักเสบ และยังช่วยลดระดับการกดทับของเส้นประสาทได้ด้วย ซึ่งผู้ป่วยที่มีระดับการกดทับของเส้นประสาทไขสันหลังไม่รุนแรงก็มีโอกาศรักษาให้ดีขึ้น จนไม่มีอาการได้

นอกจากนี้แล้ว การฝังเข็มควบคู่ไปกับการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ยังสามารถเสริมให้ผลลัพธ์ของการรักษามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นมากกว่าเลือกรักษาด้วยวิธีเดียว ซึ่งจากผลการศึกษาพบว่าการฝังเข็มช่วยลดปริมาณการใช้ยาแก้ปวด หรือช่วยให้ผลลัพธ์ของการทำกายภาพบำบัดให้ดีขึ้นได้ด้วย

การฝังเข็มก็มีข้อด้อยเช่นเดียวกับการผ่าตัดหมอนรองกระดูก

1.การฝังเข็มต้องใช้ระยะเวลามากกว่าการผ่าตัด หรือการกินยา

2.การฝังเข็มมีปัญหาด้านความสะดวก เนื่องจากต้องเดินทางมาสถานพยาบาลเพื่อรับการรักษาอย่างน้อยสัปดาห์ต่อครั้ง

3.ผู้ป่วยที่ฝังเข็มต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ร่างกายควบคู่กันไปด้วย เช่น ต้องนั่งในท่าที่ถูกสุขลักษณะ เป็นต้น

4.ผู้ป่วยที่ฝังเข็มต้องดูแลสุขภาพอย่างถูกต้องควบคู่กันไปด้วย เช่น การทำกายภาพ หรือการออกกำลังกาย เพื่อช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้ามเนื้อส่วนหลัง เนื่องจากมีหน้าที่แบ่งเบาภาระการรับน้ำหนักของร่างกาย ซึ่งช่วยให้หมอนรองกระดูกไม่ต้องแบกภาระรับน้ำหนักมากเกินไป.

ขอบคุณสาระดี ๆ https://www.s-spinehospital.com

Share this Post