aecdisaster/ October 26, 2018/ การดูแลสุขภาพ

อบเชย ใช้ปรุงอาหารได้ ทานเป็นยาเบาหวานก็ดี

            อบเชย” หนึ่งในเครื่องเทศของไทยที่พบได้ง่าย สามารถใช้เป็นยาเบาหวานได้ด้วย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเผยว่า อบเชยมีคุณสมบัติควบคมระดับน้ำตาลในเลือดและสามารถรักษาผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีผลงานวิจัยหลายชิ้นที่บ่งชี้ว่า อบเชยช่วยให้ตัวรับอินซูลินทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการทดลอง ที่ยืนยันว่าอบเชยใช้เป็นยาเบาหวานได้จริง

สำหรับการทดลองโดยใช้อบเชยเป็นยาเบาหวานนั้น ได้ทำการศึกษาจากผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 60 คน แบ่งเป็นชาย 30 คน และหญิง 30 คน โดยจะให้ทั้ง 2 กลุ่มทานอบเชยวันละ 1 กรัม 3 กรัม และ 6 กรัมทุกวัน จากนั้นนำมาเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ทานยาหลอกเป็นเวลา 40 วัน

ผลการทอดลงใช้อบเชยเป็นยาเบาหวานปรากฏว่า กลุ่มผู้ป่วยที่ทานอบเชยปริมาณ  1 กรัม 3 กรัม หรือ 6 กรัม สามารถลดระดับคอเรสเตอรอลชนิดไม่ดี อีกทั้งยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลโดยรวมของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ได้เช่นกัน

“จากการทดลองพบว่า สารที่มีคุณสมบัติเป็นยาเบาหวานในอบเชย ที่ชื่อว่าโครเมียมและโพลีฟีนอล มีคุณสมบัติที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของอินซูลินได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

ผลสรุปการทดลองการใช้อบเชยเป็นยาเบาหวาน

อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์การศึกษาการใช้ยาเบาหวานจากอบเชยทางคลินิก จำนวน 10 ชิ้น ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 อย่างเป็นระบบเมื่อปี 2012 แสดงให้เห็นว่า อบเชยไม่อาจช่วยลดระดับกลูโคสหรือระดับน้ำตาลที่ถูกสะสมในเลือด ซึ่งเป็นการตรวจวัดในระยะยาวได้

ข้อควรระวัง ในการรับประทานยาเบาหวานจากอบเชย

– ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนเริ่มใช้อบเชยเป็นยาเบาหวาน ไปจนถึงอาหารเสริมจากอบเชย หรือนำอบเชยลงไปประกอบในมื้ออาหาร

– การรับประทานอบเชย มีความปลอดภัยหากใช้ในระยะเวลาสั้น ๆ และรับประทานในปริมาณไม่มากจนเกินไป เพราะในบางคนอาจมีอาการแพ้ร่วมได้

– ไม่แนะนำให้ใช้อบเชยรักษาแทนการรักษาแบบแพทย์แผนปัจจุบัน หรือใช้รักษาไปก่อน โดยที่ยังไม่ได้รับการตรวจรักษาที่ถูกต้องจากแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน

– ผู้ป่วยโรคตับห้ามรับประทานอบเชยชนิดแคสเซีย (Cassia Cinnamon) เพราะมีส่วนประกอบจากสารคูมาริน (Coumarin) มากน้อยแตกต่างกันไปไม่แน่นอน ซึ่งการได้รับสารนี้ในปริมาณมาก อาจส่งผลให้โรคตับที่เป็นอยู่แย่ลงได้เช่นกัน ถึงแม้อบเชยชนิดนี้ส่วนใหญ่ จะไม่มีสารคูมารินมากพอที่จะทำให้เกิดอันตรายได้ก็ตาม

Share this Post