aecdisaster/ February 24, 2020/ การดูแลสุขภาพ

ห้ามลืมทำ COOL DOWN เด็ดขาด ในขณะเล่นฟิตเนสรามคำแหง

การไปเล่นฟิตเนสรามคำแหง เพื่อออกกำลังกาย ไม่ได้มีความสำคัญเท่ากับช่วงเวลาแห่งการออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาเท่านั้น โดยเฉพาะการ Warm up หรือการเตรียมตัวก่อนออกกำลังกาย เช่น การยืดกล้ามเนื้อ แต่หลายครั้งก็มักจะลืมไปว่าหลักออกกำลังกายเสร็จแล้ว ก็ต้องมีการคูลดาวน์ด้วยเช่นกัน

คูลดาวน์ (COOL DOWN) แปลว่า การทำให้เย็นลง หรือการทำให้ร่างกายค่อย ๆ เย็นลงหลังจากประกอบกิจกรรมการเคลื่อนไหว และหลังการออกำลังกาย เช่น การเดิน ที่ช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจค่อย ๆ ลดลงอย่างช้า ๆ เลือดไหลไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายหลังออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่

Cool Down หลังเล่นฟิตเนสรามคำแหง ช่วยป้องกันตะคริวได้

ในช่วงที่ไปเล่นฟิตเนสรามคำแหงเพื่อออกกำลังกายอย่างหนักนั้น กล้ามเนื้อจะมีการดึงเอาออกซิเจนจำนวนมากมาใช้เป็นพลังงานในการเคลื่อนไหว จนก่อให้เกิดกรดแลคติก (Lactic Acid) ซึ่งกรดชนิดนี้ เมื่อมีสะสมมากในกล้ามเนื้อก็จะส่งผลให้เกิดความเมื่อยล้า และถ้ามีมากขึ้นไปอีก จนร่างกายกายรับไม่ไหว สิ่งที่ตามมาก็คือการเกิด “ตะคริว” นั่นเอง

ทว่ากรดแลคติกที่สะสมในกล้ามเนื้อนั้น มันก็สามารถสลายตัวไปได้ เมื่อกล้ามเนื้อมีออกซิจนไปหล่อยเลี้ยงจำนวนเพียงพอ และวิธีที่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งก็คือการคูลดาวน์ ซึ่งวิธีนี้ช่วยให้กรดแลคติกในกล้ามเนื้อค่อย ๆ สลายไปได้ เนื่องจากออกซิเจนในเลือดสามารถไหลผ่านมาหล่อเลี้ยงได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

หลังเล่นฟิตเนสรามคำแหงเสร็จแล้ว ไม่ทำ Cool Down จะเป็นอย่างไร?

ให้ลองเปรียบเทียบว่าการเล่นฟิตเนสรามคำแหง เสมือนกับการขี่รถมาด้วยความเร็วสูง ๆ จากนั้นก็เบรกกะทันหัน ถึงแม้ภายนอกรถดูไม่เป็นไร แต่มันก็ไม่ส่งผลดีต่อเครื่องยนต์ด้านในแน่นอน ร่างกายก็เช่นเดียวกันหากหยุดออกกำลังกายกะทันหัน มันก็จะทำให้เลือดที่ไหลเวียนกลับสู่หัวใจน้อยลง

โดยเฉพาะเลือดที่คั่งค้างอยู่ที่หลอดเลือดภายในกล้ามเนื้อของขา ( Pooling Effect ) จนส่งผลให้ปริมาณเลือดที่บีบออก จากหัวใจเพื่อส่งไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายลดลง จึงทำให้เกิดอาการหน้ามมืดเป็นลมได้ ด้วยเหตุนี้ จึงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5-10 นาทีในการปรับตัว ด้วยการคูลดาวน์ชีพจรลดลงจนกลับคืนสู่ภาวะปกติ

Cool Down ท่าไหนดี เมื่อเล่นเล่นฟิตเนสรามคำแหงเสร็จแล้ว

1.ยืดเหยียดกล้ามเนื้อลำตัวด้านข้าง – ให้ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะและเอียงลำตัวไปด้านตรงข้าม คว่ำฝ่ามือลง ยืดแขนและเอียงลำตัวไปจนถึงตำแหน่งที่ตึงมากที่สุด ค้างไว้ 10-15 วินาที ทำสลับข้างซ้าย-ขวา

2.ยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอด้านข้าง – เอียงศีรษะไปทางด้านในด้านหนึ่ง จากนั้นใช้มือข้างเดียวกันเหนี่ยวศีรษะด้านนั้นลง ทำสลับกันซ้าย-ขวา

3.ยืดเหยียดกล้ามเนื้อน่อง ต้นขาด้านหลัง สะโพก และหลัง – ให้ยืนแยกเท้าออกจากกันเล็กน้อย ประสานมือในระดับไหล่ ก้มศีรษะลง จัดท่าทางให้แขนอยู่แนบกับใบหู จากนั้นก้มตัวไปข้างหน้าให้มากที่สุดโดยให้ลำตัวขนานกับพื้น

4.ยืดเหยียดกล้ามเนื้อน่องและต้นขาด้านหลัง – ให้นั่งเหยียดขาใดข้างหนึ่งราบลงไปกับพื้น ส่วนอีกข้างงอไว้ จากนั้นก้มตัวลงไปข้างหน้าขณะที่ปลายเท้ากระดกขึ้น ควรก้มลงในไปให้ลำตัวตั้งตรง ไม่เอียงหรือตะแคงไปข้างใดข้างหนึ่ง

5.ยืดเหยียดกล้ามเนื้อน่อง – ให้ก้าวขาไปข้างหน้าโดยต้องกระดกปลายเท้าขึ้น จากนั้นก้มตัวลงไปจับปลายเท้าจนรู้สึกตึงที่น่องและข้อพับเข่า.

Share this Post