aecdisaster/ August 9, 2019/ ภัยใกล้ตัว

ผู้ป่วยต้องหมั่นทานยาเบาหวาน ห่างไกลเหล้าเบียร์ ก่อนโรคแทรกซ้อนถามหา

            การทานยาเบาหวาน หมั่นรักษาสุขภาพและดูแลตนเอง คือพฤติกรรมที่ถูกต้องของผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องทำเป็นกิจวัตประจำวัน แต่ก็ยังมีหนึ่งพฤติกรรมผิด ๆ ที่ผู้ป่วยเบาหวานควรละเลิกไปเลย นั่นคือ การเสพติดเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ หากผู้ป่วยดื่มแอลกอฮอร์ในปริมาณมาก ๆ ติดต่อกัน ก็จะทำให้เกิดตับแข็ง หรือภาวะตับอ่อนอักเสบได้

ซึ่งตับอ่อนนั้น ถือเป็นอวัยวะสำคัญมีหน้าที่ผลิตเอนไซน์ย่อยอาหาร และสร้างฮอร์โมนอินซูลิน ที่ช่วยให้ร่างกายสามารถใช้น้ำตาลในร่างกายได้อย่างเป็นปกติ ดังนั้น เมื่อตับอ่อนไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ก็จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง จนทำให้เกิดภาวะเบาได้ง่ายขึ้น

ผู้ป่วยจึงต้องหมั่นดูแลตัวเอง และทานยาเบาหวานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยก็ใช่ว่าจะดื่มแอลกอฮอร์ไม่ได้เลย แต่ต้องดื่มในปริมาณที่เหมาะสม เช่น เบียร์ 1 กระป๋อง 12 ออนซ์/วัน, สุรา 1.5 ออนซ์/วัน, ไวน์ 5 ออนซ์ (150 CC)/วัน เป็นต้น แต่ถ้าเลี่ยงได้ก็คงดีกว่า

“โรคตับแข็ง” เป็นแล้วไม่สามารถทานยาเบาหวานได้

หากผู้ป่วยมีโรคตับแข็งร่วมด้วย ก็จะไม่สามารถทานยาเบาหวานได้ ซึ่งจัดเป็นอีกโรคหนึ่งที่ตามมา หากดื่มแอลกอออร์มาก ๆ ผู้ป่วยเบาหวานจึงต้องใช้วิธีการฉีดยาเท่านั้น เพราะเมื่อทานยาเข้าไปมันจะถูกทำลายที่ตับ แล้วขับออกมาทางไต ดังนั้น หากผู้ป่วยเบาหวานยังคงดื่มแอลกอฮอร์ต่อไปและไม่ควบคุมเรื่องอาหาร เบาหวานก็จะมีอาการกำเริบขึ้นอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งนานวันไปไม่ใช่แค่ตับเพียงอย่างเดียวที่ถูกทำลายเท่านั้น อวัยวะอื่น ๆ เช่น ไต เส้นเลือด สมอง และหัวใจ ก็จะค่อย ๆ เสื่อมสภาพลงด้วย

หากไม่ทานยาเบาหวานและรักษาสุขภาพอย่างถูกต้อง จนน้ำตาลในเลือดสูง จะนำไปสู่โรคร้าย

หากผู้ป่วยยังปล่อยปละละเลย ไม่มีการดูแลตนเองควบคู่ไปกับการทานยาเบาหวาน จนทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงมาก ๆ ร่างกายก็จะไม่สามารถนำเอาน้ำตาลมาเผยพลาญเป็นพลังงานได้ จึงต้องหันไปสลายไขมันตามผิวหนังมาใช้แทน

ส่งผลให้ผู้เบาหวานที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเริ่มสูบผอมลง โทรม และอ่อนเพลีย ปัสสาวะบ่อย นำไปสู่ภาวะปากและคอแห้ง ถ้าหากยังปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสะสมสูงในระยะยาวอยู่อีก ก็จะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนเรื้อรังตามมาได้อีกด้วย เช่น เบาหวานขึ้นตา เบาหวานลงไต โรคหัวใจและสมอง แผลหายช้า ติดเชื้อได้ง่าย เป็นต้น

ระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา วิธีการป้องกันที่ดี จึ้งขึ้นอยู่กับความใส่ใจในเรื่องการควบคุมอาหาร และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง พร้อมกับลด ละเลิกแอลกอฮอล์ หรือควบคุมปริมาณตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนบทความ https://www.gdyna.com

Share this Post