aecdisaster/ July 18, 2019/ ภัยใกล้ตัว

ผลวิจัยชี้ ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะแรก ไม่จำเป็นต้องรักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัด

            ผลการเฝ้าระวังและติดตามผู้ป่วยมะเร็งเต้านมชาวอเมริกันกลุ่มใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมี เป็นระยะเวลากว่า 9 ปีพบว่า ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะแรกบางกลุ่มที่ไม่เคยเข้ารับเคมีบำบัด มีอัตรารอดชีวิตระยะยาวไม่ต่างจากลุ่มที่ได้รับเคมีบำบัด เพื่อป้องกันการเกิดมะเร็งซ้ำแต่อย่างใด

ผลการค้นพบถึงความไม่จำเป็นต้องรักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัด ของกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเต้านมครั้งนี้ ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร New England Journal of Medicine นับเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมบางกลุ่ม ที่ไม่ต้องการรักษาด้วยเคมีบำบัด ที่ส่งผลข้างเคียงทางลบร้ายแรงต่อสุขภาพผู้ป่วยมะเร็งอย่างมาก เช่น ทำให้อาเจียน อ่อนแรง เจ็บปวดตามเส้นประสาทอย่างถาวร หัวใจล้มเหลว หรือทำให้เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้

ผู้ป่วยมะเร็งเต้าตมระยะแรกที่ไม่ได้รักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัด มีอัตรารอดชีวิต 93.9%

งานวิจัยของการรักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัดกับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนโดยรัฐบาลสหรัฐฯ ในชื่อว่า “TAILORx” จัดทำโดยศูนย์มะเร็งอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ในมหานครนิวยอร์ก เพื่อวางแนวทางให้แพทย์ได้ตัดสินใจในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมได้อย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์กับคนไข้แต่ละรายอย่างสูงสุด

ผลการติดตามศึกษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะแรกจำนวน 10,273 คน ซี่งบางส่วนเคยเข้ารักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัดและฮอร์โมน แต่บางคนหลีกเลี่ยงวิธีดังกล่าวและเลือกรักษาด้วยฮอร์โมนเท่านั้น ผลปรากฏว่าภายในระยะเวลา 9 ปีต่อมา ผู้ป่วยกลุ่มแรกมีอัตราการรอดชีวิตอยู่ที่ 93.8% ขณะที่ผู้ป่วยกลุ่มหลังที่ไม่เคยเข้ารับเคมีบำบัดมีอัตราการรอดชีวิตอยู่ที่ 93.9%

จากผลการศึกษาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า อัตราการรอดชีวิตในช่วงเวลาไม่เกิน 10 ปีของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทั้งสองกลุ่มนั้นไม่ได้มีความแตกต่างกัน ทั้งยังเผยให้เห็นอีกว่าผู้ป่วยระยะแรกที่มีคะแนนผลตรวจพันธุกรรมหรือยีน 21 ตัว ที่บ่งชี้ว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งซ้ำสองได้ในระดับกลางหรือต่ำนั้น ก็ไม่มีความจำเป็นต้องรับการรักษาด้วยเคมีบำบัดแต่อย่างใด

ต่อไปนี้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะแรก 70% ไม่ต้องรับการรักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัดอีก

ก่อนหน้าที่งานวิจัยของการรักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัดกับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมจะถูกจัดทำนั้น ผู้ป่วยที่มีคะแนนความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งซ้ำสองในระดับปานกลาง จัดเป็นกลุ่มที่แพทย์มีความลังเลใจในการสั่งให้รักษาด้วยเคมีบำบัดมากที่สุด เนื่องจากผลการรักษาที่ตามมาอาจได้ไม่คุ้มเสีย

ซึ่งแนวทางการตัดสินใจแบบใหม่ของแพทย์ดังกล่าวนี้ สามารถทำให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะแรกกว่า 70% ที่ตรวจพบในแต่ละปี ไม่ต้องเข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัดอีกต่อไป ซึ่งจะส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่เข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัดทั่วโลกมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

ณ ปัจจุบันนี้ โรงพยาบาลบางแห่งในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรได้นำเกณฑ์การวินิจฉัยโรคแบบใหม่นี้ มาใช้ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมแล้ว แต่จะไม่ใช้รวมกับผู้ป่วยระยะแรกที่มีอาการรุนแรง ในกรณีที่เซลล์มะเร็งกระจายไปยังต่อน้ำเหลืองและมีการกลายพันธ์ของยีน HER2 เกิดขึ้น.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนบทความ https://www.caherbal.com/