aecdisaster/ July 8, 2019/ การดูแลสุขภาพ

ประโยชน์ของน้ำนมแม่ คุณค่าแท้จากธรรมชาติ ที่ลูกควรได้รับ

            องค์การอนามัยโลก (WHO) และยูนิเซฟ (UNICEF) เผยถึงประโยชน์ของน้ำนมแม่ไว้ โดยให้คำแนะนำว่าควรให้ลูกกินนมแม่เพียงอย่างเดียวตั่งแต่แรกเกิดไปจนถึง 6 เดือน และควรกินต่อเนื่องไปจนกระทั่งลูกมีอายุ 2 ปี หรือมากกว่านั้น และควรกินนมแม่ควบคู่กับอาหารที่เหมาะสมตามวัยกับลูก

ด้วยองค์ประกอบของน้ำนมแม่ตามองค์ประกอบทางด้านโภชนาการ ที่มีการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามินและยังมีเซลล์สิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด ทั้งจากเซลล์แม่ ไปจนถึงแบคทีเรียที่ดีต่อระบบทางเดินอาหาร ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลดีต่อตัวลูกเป็นอย่างยิ่ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กทารกวัยแรกเกิด ที่ยังมีภูมิคุ้มกันไม่สมบูรณ์ น้ำนมแม่จึงเปรียบเสมือนวัคซีนหยดแรกสำหรับตัวเด็ก เนื่องจากมีภูมิคุ้มกันโรคจำนวนมาก ที่สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวลูกได้ ดังนั้น การได้กินนมแม่ตั่งแต่วัยแรกเกิด จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก สำหรับการทำให้ทารกเติบโตได้อย่างสมบูรณ์

โดยประโยชน์ของน้ำนมแม่นั้น มีการเปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลาหลังการคลอด เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับตัวลูกน้อย ผ่านกระบวนการสร้างน้ำนมในร่างกายของแม่ ที่เกิดขึ้นจากการหลั่งฮอร์โมนกระตุ้น โดยสามารถแบ่งออกได้ 3 ระยะ ดังนี้

ประโยชน์ของน้ำนมแม่ ในระยะที่ 1 (Colostrum)

ในระยะหัวน้ำนม หรือช่วง 1-3 วันแรกนั้น น้ำนมแม่จะมีสีเหลือง จนทำให้บางคนมีชื่อเรียกว่า “น้ำนมเหลือง” เนื่องจากมีแคโรทีนเป็นส่วนประกอบสูงกว่าน้ำนมในระยะหลัง โดยน้ำนมในช่วงนี้ ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์มาก เพราะประกอบได้ด้วยโปรตีนชนิดต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเฉพาะเกลือแร่และวิตามิน ซึ่งถือเป็นสารอาหารจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของสมองและการมองเห็นของลูก ที่สำคัญยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ ที่ช่วยขับขี้เทาของลูกได้ด้วยเช่นกัน

ประโยชน์ของน้ำนมแม่ ในระยะที่ 2 (Transitional Milk)

เมื่อผ่านช่วงระยะเวลา 5 ถึง 2 สัปดาห์แรกของการคลอดลูกไปแล้ว น้ำนมแม่จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่น ซึ่งในช่วงนี้ภายในน้ำนมแม่จะเริ่มมีสารอาหารเพิ่มมากขึ้น ทั้งไขมันและน้ำตาลที่มีปริมาณเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของร่างกายลูกน้อย

ประโยชน์ของน้ำนมแม่ ในระยะที่ 3 (Mature Milk)

เมื่อผ่านช่วงระยะเวลา 2 สัปดาห์แรกไปแล้ว ประโยชน์ของน้ำนมแม่ก็จะเริ่มทวีคูณขึ้น พร้อมกับมีปริมาณน้ำนมที่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน โดยสารอาหารหลักภายในน้ำนมแม่ที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อย มีดังนี้

-โปรตีน ที่มีส่วนช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคบางชนิด ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน นอกจกานี้ ยังมีเอนไซม์ที่สามารถทำลายผนังเซลล์แบคทีเรียได้

-ไขมัน ที่เป็นกรดไขมันจำเป็นต่อร่างกายของลูก คือ DHA (Docosahexaenoic Acid) และ AA (Arachidonic Acid) ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบบประสาทและการมองเห็น

-น้ำตาลแลคโตส พบว่าภายในน้ำนมแม่มีโอลิโกแซคคาไรด์ หรือคาร์โบไฮเดรตสายสั้น (Human Milk Oligosaccharides หรือ HMOs) มากกว่า 200 ชนิด ซึ่งมีปริมาณมากยิ่งกว่าที่พบได้ในนมวัวมากถึง 5 เท่า นอกจากนี้ ยังมีการค้นพบอีกว่า HMOs ในน้ำนมแม่ มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์และแบคทีเรียที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

-ในน้ำนมแม่ช่วงนี้ มีวิตามินและแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตขอลูกอยู่จำนวนมาก ได้แก่ A, B1, B2, B6, B12, C, D, E, K รวมถึงแร่ธาตุ คือ เหล็ก แคลเซียม ไอโอดีน เป็นต้น.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนบทความ s-momclub.com

Share this Post