aecdisaster/ January 7, 2019/ การดูแลสุขภาพ

“ฝังแร่” รักษามะเร็ง อีกหนึ่งความหวังของผู้ป่วย

            วิธีการฝังแร่ หรือใส่แร่เข้าไปในร่างกาย จัดเป็นการรักษามะเร็งด้วยรังสีประเภทหนึ่ง ซึ่งรียกว่า “การรักษาด้วยรังสีระยะใกล้” จึงกำหนดปริมาณรังสีรักษาได้อย่างตรงจุดกับเซลล์มะเร็ง สามารถลดปริมาณรังสีที่ถ่ายเทไปยังอวัยวะข้างเคียงและลดความเสียหายของเนื้อเยื่อปกติบริเวณรอบ ๆ เซลล์มะเร็ง ได้

สำหรับการฝั่งแร่รักษามะเร็งที่นิยมใช้กันมากที่สุด คือการใส่แร่ลงไปในมะเร็งปากมดลูก มีโอกาสหายขาดสูงขึ้น และอาการแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นก็จะลดน้อยลง ซึ่งเม็ดแร่ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ได้แก่ แร่ Iridium 192 , Iodine 125 มีลักษณะเป็นแท่งขนาดเล็กรูปร่างคล้ายเมล็ดข้าวสาร

การฝังแร่รักษามะเร็งแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบดังนี้

1.ฝังแร่รักษามะเร็งแบบถาวร: เป็นการฝังแร่ที่ให้อัตราปริมาณรังสีขนาดต่ำ ลงไปภายในก้อนมะเร็งแบบถาวร ซึ่งจะค่อย ๆ แพร่รังสีออกมาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ๆ และจะเสื่อมสลายไปเองตามเวลาครึ่งชีวิต เช่น หากแร่มีค่าครึ่งชีวิตเท่ากับ 60 วัน แสดงว่า ในทุก 60 วัน ความแรงของรังสีจะลดเหลือครึ่งหนึ่งจากจุดเริ่มต้น จากนั้นจะลดลงเรื่อย ๆ จนสลายตัวไปในที่สุด

2.ฝังแร่รักษามะเร็งแบบชั่วคราว: เป็นการฝังแร่เข้าเข้าไปภายในอวัยวะที่เกิดมะเร็งโดยตรง หรือใกล้เคียงกับอวัยวะนั้น เพื่อให้แร่ที่ฝังลงไปแพร่รังสีออกมาตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ จากนั้นแร่จะถูกดึงออกมาผ่านอุปกรณ์ชนิดพิเศษ ซึ่งการฝังแร่แบบชั่วคราวจะให้ปริมาณรังสีขนาดสูงต่อครั้ง จึงไม่ต้องใส่ค้างไว้ในตัวผู้ป่วยตลอดเวลา

ข้อดีขอเสียของการฝังแร่รักษามะเร็ง

ข้อดีของการฝังแร่รักษามะเร็งคือ สามารถกำหนดการรักษาได้อย่างตรงจุด โอกาศเกิดผลข้างเคียงน้อย  ช่วยลดความเสียหายของเนื้อเยื่อบริเวณข้างเคียงกับจุดที่เกิดมะเร็ง ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ระยะเวลารักษาสั้น ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ส่วนข้อเสียหรือจำกัดของการฝังแร่ คือ ไม่สามารถใช้รักษาได้กับทุกอวัยวะ และทุกระยะโรค ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่ที่แพทย์รังสีรักษาจะเป็นผู้พิจารณา

ในกรณีของผู้ป่วยที่ทำการรักษามะเร็งด้วยการฝังแร่มาจากต่างประเทศ เมื่อเดินทางกลับเข้ามาภายในประเทศไทย ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ให้ทราบก่อนทุกครั้งเนื่องจากการรักษาด้วยการฝังแร่ถาวร ในช่วง 1-2สัปดาห์ รังสีในผู้ป่วยที่ตกข้างยังมีอยู่มาก

หากผู้ป่วยไม่ป้องกันตัวเอง เมื่อขึ้นเครื่องบินกลับบ้านทันทีหลังการรักษามะเร็งจากต่างประเทศ อาจส่งผลให้กระทบต่อสุขภาพของผู้โดยสารที่นั่งมาด้วย โดยเฉพาะเด็กกับสตรีมีครรภ์ ไม่ควรเข้าใกล้ในขณะที่รังสียังตกค้างสูงอยู่ เพราะจะทำให้เป็นอันตรายได้เช่นกัน